ทีมข่าวคิดลึก

การเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากหลักเดิมที่วางกันเอาไว้ในวันที่24 ก.พ.กำลังทำให้ทุกพรรคการเมืองมองเห็น “ช่องทาง”อันเกิดจาก “ช่องว่าง” ระยะห่างของช่วงเวลา นับจากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งตามไทม์ไลน์ใหม่ที่ถูกคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นวันที่ 24 มี.ค.นี้ ได้แจ่มชัดมากขึ้น

ในสายตาของ “ฝ่ายจัดเลือกตั้ง” อย่าง “คณะกรรมการการเลือกตั้ง”หรือกกต.ย่อมต้องบริหารจัดการเพื่อเตรียมรับมือการเลือกตั้งครั้งใหม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่สำหรับ “นักการเมือง” เองที่กำลังจะปรับโหมดไปสู่ “นักเลือกตั้ง” ทำหน้าที่เป็น “ผู้เล่น”ในสนามรอบนี้ ย่อมรู้ดีว่า พวกเขาจะแปรเปลี่ยน “โอกาส” ให้กลายเป็น “ประโยชน์” ได้อย่างไรบ้าง ?

การทำโพลของ “อุเทน ชาติภิญโญ” อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย ที่เปิดเผยผ่านสื่อเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าสนใจว่ามีความใกล้เคียงกับ “โพลลับ” ของสันติบาล,กอ.รมน.หรือแม้แต่กระทรวงมหาดไทย ที่ไม่เคยมีการเปิดเผยออกมาให้เป็นข่าว โดยชี้ชัดว่า พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่ นำมา “อันดับหนึ่ง” สามารถรักษาแชมป์เอาไว้ได้เหมือนเดิมตามสถิติการเลือกตั้งเมื่อปี2554

ตามมาด้วย “ประชาธิปัตย์” ครองอันดับที่2 ส่วน “พลังประชารัฐ” พรรคของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้นยังอยู่ในอาการ “น่าเป็นห่วง” เพราะห่างจากเป้าหมาย “150ที่นั่ง” !!

การทำงานของแต่ละพรรคการเมือง ในห้วงเวลาที่ วันเลือกตั้งขยับออกไปเช่นนี้ ย่อมส่งผลทั้งในทางที่เป็น “บวก” และ “ลบ”ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะหากพรรคใดสามารถ พลิกสถานการณ์กลับมาเป็น “ฝ่ายบุก” เร่ง “ตั้งหลัก”ให้ได้ก่อนมากที่สุด

สำหรับพรรคเพื่อไทย แล้วต้องยอมรับ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ยังไม่มีการเสนอชื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะ “มือบริหาร” ขึ้นมาเป็น “แคนดิเดตนายกฯ” ได้เผชิญกับ “ปัญหาภายใน” มาโดยตลอด ทั้งปมความขัดแย้งอันสืบเนื่องมาจากการ “การนำ” ของ “คุณหญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ กับแกนนำภายในพรรค จนนำไปสู่การแยกตัวออกไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ บางส่วน

และแม้การเดินสายไปยังพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆของคุณหญิงหน่อย ภายใต้ความเคลื่อนไหวอันคึกคัก ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กลับยังไม่ใช่ “ปัจจัย” ที่ปลุกกระแสให้กับพรรคเพื่อไทยหรือตัวผู้สมัคร มากไปกว่ากระแส “ทักษิณฟีเวอร์” ที่มีอยู่เป็น “ต้นทุนเดิม” บวกกับคะแนนนิยมของอดีตส.ส.ของพรรคเอง

ขณะเดียวกันยังปรากฎว่ากระแสข่าวความไม่ชัดเจน ว่าที่สุดแล้ว “นายใหญ่” จะมอบธงให้ใครระหว่าง ชัชชาติ หรือคุณหญิงหน่อย คือ “ว่าที่นายกฯตัวจริง” ของเพื่อไทย ก็ยังมีข่าวที่บ่งชี้ถึง “จุดอ่อน”ของชัชชาติ แทรกขึ้นมา จนทำให้การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ต่างไปจากการเปิดศึกสองด้าน ทั้งศึกในและศึกนอก

การออกมายืนยันจากคุณหญิงสุดารัตน์ ครั้งล่าสุดในระหว่างการเดินสายพบปะพี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ 20ม.ค.ย่านตลาดดินแดงว่าพร้อมสนับสนุนชัชชาติ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ของพรรค ส่วนตัวเธอเองขอเป็น “เจนเนอรัลเบ๊” ขอทำทุกอย่างเพื่อช่วยหนุน จากนั้นตามมาด้วยการแสดงความเห็นของแกนนำพรรคเพื่อไทย ทั้ง “นพดล ปัทมะ” และ “ชวลิต วิชยสุทธิ์” ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่มีความขัดแย้งใดๆตามที่เป็นข่าว

สิ่งที่เกิดกำลังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของคนในพรรคเพื่อไทย ที่กำลังหาทางดึงฟืนออกจากกองไฟ เพื่อ “สยบข่าวลือ” ที่สร้างความวุ่นวาย สับสนและคลุ่มเครือ ทั้งต่อคนในพรรคเพื่อไทยด้วยกันเองไปจนถึง “กองหนุน” นักธุรกิจ ภาคเอกชน ต่างๆว่าจะตัดสินใจอย่างไร ต่อการเคลื่อนไหวของเพื่อไทย !