แสงไทย เค้าภูไทย

กัญชาถูกกฎหมาย ก้าวอีกขั้น เมื่อ ป.ป.ส. ผ่อนคลายกฎหมาย เปิดช่องให้คนไทยปลูกกันได้ในรูปของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ส่วนด้านใช้ทางการแพทย์ ยาไทย คงอีกนาน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ชี้แจงว่าผู้ที่จะปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ได้จะต้องเป็นคนไทยเท่านั้นโดยจะต้องเป็นในรูปสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจสังคม ที่จดทะเบียนและดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐ

ส่วนที่เรียกร้องกันให้เปิดเสรีถึงขนาดปลูกกันได้ในครัวเรือน 50 ต้นนั้น คงจะยาก เพราะแม้แต่แคนาดาให้ใช้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการ ก็ยังให้ปลูกได้แค่บ้านละ 4 ต้นเเท่านั้น ขณะที่สหรัฐต้องเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานโดยเสียภาษีสรรพสามิต 4%

สำหรับการซื้อ-เสพ-ครอบครองนั้น แคนาดากำหนดให้ต้องมีอายุเกิน 18 ปี ซื้อหรือครอบครองได้ 30 กรัม ทางสหรัฐอายุ 21 ปีขึ้นไป ซื้อได้คนละไม่เกิน 2.5 ออนซ์( 70.73 กรัม)
การที่กำหนดอายุผูู้ซื้อ ผู้เสพ นัันเป็นเหตุผลทางด้านฤทธิ์ของกัญชาต่อสมอง

มนุษย์จะมีสมองที่เติบโตสมบูรณ์มีสมรรถนะสูงสุด (peak)ที่อายุประมาณ 24 ปี ถัาอยู่ในระบบการศึกษา ก็จะอยู่ช่วงเรียนจบปริญญาตรี เหลื่อมขึ้น-ลง 1 ปี

ส่วนปริมาณการเสพนั้น ก็เพื่อป้องกันการใช้เกินขนาด อันจะไปทำลายระบบประสาทและสมอง ซ้ำสูบมากก็เป็นมะเร็งปอดได้เหมือนสูบบุหรี่

ในสหรัฐ 5 รัฐที่เปิดให้เป็นกัญชาสันทนาการถูกกฎหมายนั้น ขณะนี้กำลังประสบปัญหาอุบัติเหตุทางรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 5.8% สูงกว่ารัฐที่ไม่เปิดให้ใช้กัญชาสันทนาการ

เหตุจาก ผู้ที่ขับรถจนทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้น พบว่ามีสาร CBD หรือ THCที่ได้จากสารสกัดกัญชาอยู่ในเลือดมาก
ทำให้สมองทำงานช้าลง การตอบสนอง การตัดสินใจช้า สับสน ลังเล

การตรวจวัดแอลกอฮอล์นั้นสามารถทำได้จากการตรวจลมหายใจและตรวจปัสสาวะ

แต่ไม่สามารถตรวจในคนที่เสพกัญชาได้

กัญชานั้น อยู่ในระบบร่างกายมนุษย์ (body system) ได้นานถึง 2-5 วัน ขณะที่แอลกอฮอล์จะอยู่ในกระแสเลือดเพียง 2-5 ชั่วโมงก็จะเริ่มเจือจางและสลายหมดภายใน24-48 ชั่วโมงหลังการนำเข้าร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่ม

กัญชาขณะเสพนั้น ผู้เสพจะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย เป็นสุข สนุก ครื้นเครง หัวเราะร่วน มีจินตนาการเพ้อฝัน อารมณ์ดีเห็นอะไรเป็นเรื่องขบขันไปหมด

แต่หากเสพเกินขนาด ก็จะทำให้เกิดอาการหูแว่ว จิตหลอน อย่างเช่นเห็นหลังคาบ้านหรือเพดานห้องหล่นลงมาทับ ภาชนะบนโต๊ะเคลื่อนที่ได้ หรือขยายตัวใหญ่ขึ้น

สำนวนว่า “บ้ากัญชา” ใช้เรียกพวกที่มีอาการแบบนี้

การที่มีการเรียกร้องกัญชาเสรีแบบบุหรี่หรือเหล้านั้น ก็คงจะเสรีแบบคุมเข้ม เพราะกัญชาแม้มีคุณอนันต์ ก็เป็นคุณในทางรักษาโรค

แต่โทษมหันต์กว่าคุณ แม้จะไม่เท่ายาไอซ์ ยาอี ยาบ้า แต่ก็จะเป็นก้าวนำไปสู่ยาเหล่านั้น

ตอนนี้ จากผลสำรวจ พบว่าเด็กอาชีวะติดกันมาก เด็กมหาวิทยาลัยก็มี

สำหรับการใช้ทางการแพทย์ นอกจากโรงพยาบาล สถานพยาบาลแล้ว ยังต้องผ่านองค์การอาหารและยา (อย.)อีก

กัญชาในยาไทยนั้นมี 10 ตำรับ เป็นยาแก้ลมอุธังคมาวาตะคือลมตีขึ้น ยาแก้ริดสีดวงมหากาฬ ยาแก้บิด มวนท้องท้องเสีย ยาแก้กษัยเท่านั้น

ไม่มียารักษามะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์ส พาร์กินสัน ฯลฯที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญโจษจรรย์ เรียกร้อง “กัญชาเสรี”ขณะนี้

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคนไทยสมัยยก่อนตายด้วยโรคติดเชื้อ ( Infectious disease )มากกว่า ตายด้วยโรคไม่ติดต่อ (non-communicable disease) ที่ตายกันมากๆคือโรคห่าหรืออหิวาตกโรคที่สมัยโบราณถึงกับตายยกเมือง หรือต้องทิ้งเมือง ไข้ป่ามาลาเรีย ไข้เหลือง ไข้ทรพิษ วัณโรคฯลฯ

คือเป็นโรคตายก่อนแก่ ไม่ได้ตายด้วยมะเร็งจากกรัมม็อกโซน พาราควอต ฟูราดาน ยากำจัดศัตรูพืช บุหรี่รสเวอร์จิเนียฯลฯ อย่างทุกวันนี้

คนไทยกินหมาก ซึ่งมีสารต้าอนุมูลอิสระ มีปูนที่มีคุณสมบัติเป็นเบสหรือด่างที่มะเร็งเกลียด (ยามะเร็งของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ใช้น้ำปูนใสเป็นกระสายยา)

นอกจากนี้ หมากยังต้านเบาหวานที่งานวิจัยล่าสุดพบว่า เบาหวานมีความสัมพันธ์กับมะเร็ง หัวใจ อัลไซเมอร์ส สายตา ด้วย

การที่กัญชาในยาแผนไทย ไม่มีบทบาทในด้านมะเร็ง อัลไซเมอร์สและเบาหวาน การตั้งตำรับยาเข้ากัญชาเพื่อนำไปรักษาโรคเหล่านี้ จึงต้องผ่านอย.ทั้งหมด

หรือแม้แต่ใช้กัญชาสกัดในรูปยาเดี่ยว ก็ต้องขึ้นทะเบียนเช่นกัน และยังจะติดปัญหาสิทธิบัตรด้วย

เพราะยากัญชาไม่ว่าจะรักษาด้านไหน ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ เขาทำจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้คนไทยได้ทำและนำมาจดสิทธิบัตรในไทยแล้ว

ยังอยู่แต่ว่าแม้สนช.จะลงมติให้กัญชาทางการแพทย์ถูกกฎหมาย แต่ก็ยังไม่ได้ประกาศใช้โดบสมบูรณ์

กัญชาจึงยังคงสถานะเป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 อยู่ ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะยกเลิกคำขอสิทธิบัตรเล่านั้นได้

ยาแผนไทยก็มีปัญหาตรงเช่นกุน เหตุจากกัญชาไม่อยู่ในรายชื่อสมุนไพรหรือเครื่องยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ

หากจะตั้งตำรับใหม่ต้องไปขอจดทะเบียนกับอย.

จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบการขึ้นทะเบียนอาหารและยา

คือต้องมีผลงานวิจัยรองรับ มีผลการรักษาหรืองานวิจัยทางคลินิก ฯลฯ

แค่คิดก็เหนื่อย มึนเหมือนเมากัญชาแล้ว

ที่หวังว่าจะปลูกกันบ้านละ 50ต้นนั้น เป็น 100 ต้น เป็นไร่ๆก็พูดกันได้

เพียงเพื่อปลุกกระแสนิยมหวังผลเลือกตั้งเท่านั้น