จากการที่ช้างศึก ทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 หรือ 47 ปี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพและคว้าอันดับ 3 โดย ทีมชาติไทย เสมอ ยูเออี 1-1 ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน บาห์เรน ชนะ อินเดีย 1-0 ทำให้ ตารางคะแนน ยูเออี เป็นแชมป์กลุ่ม ไทย เป็นรองแชมป์กลุ่ม ส่วนอันดับ 3 เป็นของ บาห์เรน ส่วนอินเดียเป็นอันดับสุดท้ายตกรอบไป ภายหลังจากจบเกมได้มีแฟนบอลเข้ามาคอมเมนต์ยินดีและชื่นชมกับฟอร์มการเล่นของไทยกันอย่างมากมาย

ด้านพล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังล่าสุด ทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในเอเชียนคัพได้สำเร็จ และเป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี

โดย ช้างศึก ไล่เจ๊า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 1-1 เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ทำให้ผ่านเข้ารอบ ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เอ โดยรอพบคู่แข่งที่เป็นรองแชมป์จากกลุ่ม ซี ว่าจะเป็น จีน หรือ เกาหลีใต้

“ผมในฐานะของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องขอขอบคุณนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยทุกคน สตาฟฟ์ ทีมงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันให้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ผ่านเข้ามาสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ของรายการเอเชียนคัพ ได้สำเร็จ”

“ผมเองก็ต้องขอขอบคุณ แฟนบอลชาวไทย ทั้งที่เข้ามาเชียร์ในสนามก็ดี หรือส่งแรงใจมาจากประเทศไทยก็ดี ผมขอกราบเรียนแฟนบอลชาวไทยว่า วันนี้ผมได้ทำในสิ่งที่ผมปรารถนา หรือตั้งใจไว้อย่างดีที่สุด สิ่งใด, คำพูดใด , เรื่องราวใด , เหตุการณ์ใดที่ผมเคยก้าวล่วง หรือทำให้แฟนบอลชาวไทยนั้น ไม่พึงพอใจในตัวผม ผมก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้”

“วันข้างหน้า คือวันของคนไทย ไม่ใช่วันของนายกสมาคมฯ ไม่ใช่วันของคนใดคนหนึ่ง ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นของคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้น นับแต่นี้ต่อไป เราจะชนะด้วยกัน จะแพ้ด้วยกัน คนไทยจะรวมหัวใจให้เป็นหนึ่ง เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่มีที่สิ้นสุดครับ กราบขอบคุณแฟนบอลชาวไทยทุกคนครับ” นายกสมาคมฯ ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย จะพบกับ รองแชมป์กลุ่ม ซี ระหว่าง จีน กับ เกาหลีใต้ ในศึกเอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์ ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD

cr:เพจเฟซบุ๊กฟุตบอลทีมชาติไทย