กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น คาดปฏิบัติการทำฝนหลวงได้ 15-18 ม.ค.62 นี้

วันนี้ (14 ม.ค.62) นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานจากกรมควบคุมมลพิษเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.62) ว่า ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร จึงสั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 1 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง เตรียมความพร้อมปฏิบัติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยในการทำฝน เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ การติดตามสภาพอากาศ และศึกษาถึงความเป็นไปได้ คาดว่าในระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2562 นี้ มีแนวโน้มที่จะสามารถทำฝนหลวงได้โดยใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ ในการปฏิบัติการดังกล่าวที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดในการปฏิบัติการ 3 ประเด็น คือ 1.ไม่สามารถทำการบินเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้ด้วยเงื่อนไขกฎการบิน ซึ่งจะต้องทำการบินห่างจากสนามบินนานาชาติอย่างน้อยระยะ 50 ไมล์ 2.พื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานคร ยังมีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ต้องการฝน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเกิดความเสียหายได้ และ3.เงื่อนไขทางสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการปฏิบัติการ เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

นายสุรสีห์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและจะเร่งดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะปฏิบัติภารกิจด้วยความตั้งใจอย่างเต็มความสามารถทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร