คนไทยหลายๆ คน อาจจะยังแยกไม่ออก ระหว่างข้าวอินทรีย์ กับข้าวปลอดสารพิษ บ้างก็คิดว่า ข้าวทั้ง 2 ประเภทเหมือนกัน ต่างกันที่การเรียกชื่อ บ้างก็คิดว่าข้าวอินทรีย์คือข้าวที่ใช้สานอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมี และข้าวปลอดสารพิษคือข้าวที่ใช้สารเคมีในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ปลอดภัย ซึ่งนี้คือความจริงที่ถูกต้อง ต่อมาคือ หลายคนอาจยิ่งเกิดความสงสัย ว่าทำไมข้าวปลอดสารพิษจึงถูกเรียกเช่นนี้ ทั้งที่เกษตรกรก็ยังใช้สารเคมี

ด้วยเหตุนี้ กรมการข้าว จึงขอยกตัวอย่าง กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ต.เมยวดี อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกร ที่ได้รับรางวัลศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนดีเด่นแห่งชาติ ประเภทข้าวหอมมะลิ ประจำปี 2561 อีกทั้ง ยังได้รับการรับรองมาตรฐานข้าว GAP จากกรมการข้าว

มายกตัวอย่างและอธิบายถึงที่มาที่ไปของข้าวปลอดสารพิษที่หลายๆ คนยังไม่รู้ กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ต.เมยวดี อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด มีสมาชิกจำนวน 140 ราย มีพื้นที่รวม 2,800 ไร่ และมีจุดเด่นของข้าวหอมมะลิ 105 เป็นรายได้หลัก ซึ่งระบบการจัดการในกลุ่ม เกษตรกรทุกคนจะต้องมีการประชุมวางแผนก่อนการปลูกข้าวทุกครั้ง เพื่อแบ่งพื้นที่ในการปลูกข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ในแปลงของสมาชิกกลุ่ม และหารือถึงการดูแลข้าวในแต่ละช่วงว่า ในแต่ละช่วงของการดูแล ควรจะใช้สารเคมีในช่วงไหนและในปริมาณเท่าไหร่ที่จะไม่ส่งผลเสียต่อต้นข้าว เมล็ดพันธุ์ และสภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยสมาชิกกลุ่มทุกคน จะต้องคอยเอาใจใส่และป้องกันต้นข้าว ไม่ให้เกิดโรคและศัตรูพืช เพื่อที่เกษตรกรทุกคนจะใช้สารเคมีได้น้อยที่สุด

นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งผู้ตรวจแปลงนา เพื่อตรวจสอบคุณภาพของข้าวในแต่ละแปลง รวมทั้งกำหนดวันที่จะลงเก็บพืชพันธุ์ปนในแปลงข้าว เพื่อไม่ให้ปะปนกับต้นข้าวที่รอวันเก็บเกี่ยว โดยผู้ตรวจสอบแปลงนา จะต้องเข้มงวด และมีความซื่อตรงในการตรวจสอบ ส่วนเพื่อนเกษตรกรในกลุ่มเอง ก็ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม และแปลงนาของตนเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ จะต้องส่งผลต่อข้าวที่เก็บเกี่ยว หากเมื่อถึงวันเก็บเกี่ยว พบว่าข้าวขาดคุณภาพ และมีพืชปนเยอะมากเกินไป จะทำให้ข้าวไม่สามารถส่งขายให้ได้ราคาที่กลุ่มวางไว้ และจะส่งให้เกษตรกรที่ผิดระบบ ระเบียบของกลุ่มถูกพักการทำนาร่วมกับเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ จึงทำให้เกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.เมยวดี อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ต้องช่วยกันตักเตือนและดูแลเพื่อนในสมาชิกกลุ่มให้ทำตามกฎระเบียบของกลุ่มอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้กลุ่มได้รับรางวัลศูนย์ส่งเสริมและผลิตข้าวชุมชนเกษตรกรดีเด่น ประเภทข้าวหอมมะลิ ประจำปี 2561 และส่งผลให้ข้าวของกลุ่มเป็นที่รู้จักและยอมรับทางตลาดข้าวของจังหวัด

หลังจากที่ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจนี้ กลับมาแล้ว ทำให้สมาชิกกลุ่มมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา แปรรูปข้าวของตนเอง เป็นรูปแบบต่างๆ เพื่อยกระดับสินค้า ข้าวหอมมะลิ 105 ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ อีกทั้งกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.เมยวดี ยังเตรียมความพร้อม พัฒนาข้าว GAP ของกลุ่ม จากข้าวปลอดสารพิษ ให้เป็นข้าวอินทรีย์ ในอีกไม่ช้าไม่นานอย่างแน่นอน