เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. แถลงผลจับกุมตัว นายปรีชา ไกรสุข อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/1 ม.2 ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 2317/2558 ลงวันที่ 6 พ.ย.2558 ข้อหา ร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันหลบหนีซ่อนเร้น นำไม้หวงห้ามออกจากพื้นที่ ,ร่วมกันใช้เลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธปืน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน,ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าตู้กดเงินธนาคารกสิกรไทย ซ.รังสิต-นครนายก 51 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พล.ต.ท.สุทิน กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เจ้าหน้าที่ทราบว่า นายปรีชา ผู้ต้องหาร่วมกับพวกอีก10คน ได้แอบลักลอบตัดไม้พะยุง ภายในวัดกู่ศรัทธาธรรม อ.เมืองสุรินทร์ จึงนำกำลังเข้าไปทำการตรวจสอบ แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวนั้นกลับถูกกลุ่มผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงได้กระทำการวิสามัญคนร้ายในที่เกิดเหตุจำนวน 1 คน จับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ 7 คน และหลบหนีไปได้ 3 คน คือ นายปรีชา ผู้ต้องหารายนี้ นายธวัชชัย จันสมุทร และนายสุริยา หรือ ยา ต่อแก้ว ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจะสามารถติดตามจับกุมตัวนายธวัชชัย ได้ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากผลการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า นายปรีชา ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้พบว่ามีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวอีก 7 หมายจับ

สำหรับผู้ต้องหากลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มขบวนการใหญ่ก่อเหตุอุกอาจ และกระทำความผิดมานานกว่า10ปี ก่อนหน้านี้เคยบุกเข้าไปตัดไม้พะยูงหลายพื้นที่และใช้ปืนยิงข่มขู่ไม่ให้ประชาชนเข้าไปยุ่ง ชาวบ้านบางคนเคยถูกจับมัดมือมัดเท้า ทำให้มีผู้ร้องเรียนมาทางตำรวจ นำไปสู่การสืบสวนจับกุม อย่างไรก็ตามแม้ว่าขณะนี้ยังคงเหลือผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีคือ นายสุริยา แต่ตนก็ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลออกหมายจับผู้ที่เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวและเชื่อว่าน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือนายทุน ในความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินอีก 5 ราย ต่อไป

จากการสอบสวน นายปรีชา ให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าตนทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถขนไม้และทำหน้าที่ตัดไม้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่ง สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป