ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานตลาดท่องเที่ยวของไทยในปี 2562ว่า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยถึงจำนวนประมาณ 39.00-39.80 ล้านคน เติบโต 2.1-4.1% จากปี 2561 โดยตลาดที่คาดว่าจะยังเติบโตได้ดี อาทิ นักท่องเที่ยวอาเซียน เกาหลีใต้ อินเดีย และญี่ปุ่น ขณะที่การฟื้นตัวที่ชัดเจนและต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวจีนน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปี 2562 น่าจะสามารถขยายตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่องจากปี 2561 ที่คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะเติบโตประมาณ 7.1% หรือมีจำนวน 38.12 ล้านคน โดยแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยมีสัญญาณของการชะลอตัวในหลายตลาด เนื่องมาจากปัจจัยเฉพาะที่กระทบในแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2561 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย 21 ประเทศ ส่งผลให้รายได้ท่องเที่ยวจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 2.01 ล้านล้านบาท

"ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปี 2562 น่าจะยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากปี 2561 ด้วยหน่วยงานภาครัฐยังคงเร่งจัดแผนการตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลบวกระยะสั้นจากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็มีความเข้มข้นในการจัดแคมเปญการตลาด รวมถึงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เป็น Landmark ของประเทศ และการเป็นเจ้าภาพจัดงานต่างๆ ระดับโลก ซึ่งมีส่วนช่วยให้ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ"

แต่ทั้งนี้ ทิศทางการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2562 ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อาทิ ปัจจัยภายในอย่างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทย เช่น ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติถูกทำลาย และความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจจะมีผลให้การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ อาทิ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจในหลายประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวและความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว หรือการปรับลดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย รวมทั้งการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศทั่วโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางท่องเที่ยว

โดยทิศทางของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สำคัญ อาทิ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกในตลาดหลักๆ ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีน แม้คาดว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวที่ชัดเจนและต่อเนื่องน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และยังต้องติดตามทิศทางเศรษฐกิจจีนและค่าเงินหยวน รวมถึงการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม เป็นต้น

นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปหลายตลาดยังมีแนวโน้มที่ดี อาทิ นักท่องเที่ยวจากเยอรมัน และฝรั่งเศส สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียอาจจะต้องขึ้นอยู่กับประเด็นเรื่องค่าเงินรูเบิล นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ Brexit ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลที่จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูง

นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียใต้อย่างนักท่องเที่ยวอินเดียยังเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายประเทศได้ให้ความสนใจในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจากอินเดีย ซึ่งอาจสร้างความท้าทายให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น

นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ เช่น นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางหลายประเทศยังมีทิศทางที่ชะลอตัวยกเว้นนักท่องเที่ยวจากอิสราเอล ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจาภูมิภาคตะวันออกกลางเลือกเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้มากขึ้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ และแอฟริกาใต้ ก็น่าจะยังมีแนวโน้มดี

สำหรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวในไทยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 2.16-2.20 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9-8.9% จากปี 2561

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในปี 2562 เทรนด์ของการท่องเที่ยวในไทยเกิดจากการขับเคลื่อนจากปัจจัยหลายประการ อาทิ ปี 2562 ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนหนุนตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียน ตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียนเป็นตลาดที่สำคัญของการท่องเที่ยวไทยมีสัดส่วนประมาณ 27% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยทั้งหมด ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ นับเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจะขยายฐานตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยวทั้งในส่วนของประเทศไทย และการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจับกลุ่มนักท่องเที่ยวนอกตลาดอาเซียนด้วย

การท่องเที่ยวเมืองรองเริ่มขยายตัว แต่โอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องยังต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของนักท่องเที่ยว ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว และความพร้อมของปัจจัยพื้นฐาน แม้ปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยกว่า 78.5% ยังอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง จ.กรุงเทพฯ จ.ชลบุรี และจ.ภูเก็ต แต่นโยบายการกระจายรายได้การท่องเที่ยวสู่เมืองท่องเที่ยวรองของหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นโอกาสในการทำตลาดและการขยายการลงทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งคงจะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย อาทิ กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และความพร้อมของระบบการคมนาคมขนส่งภายในจังหวัด เป็นต้น

ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการเดินทางท่องเที่ยว ขณะที่กำลังซื้อและวัตถุประสงค์การเดินทางของแต่ละกลุ่มอาจแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องอาจจะมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาในการทำตลาดจัดแพคเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น เพื่อเป็นทางเลือกของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวแต่มองหาจุดหมายปลายทางที่สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ลดลง หรือสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นนักธุรกิจ (Bleisure) ซึ่งมีการสนับสนุนจากนโยบายการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ ผู้ประกอบการอาจจะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างเฉพาะเจาะจง เป็นต้น

บทบาทของเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยว ปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาทิ ธุรกิจตัวกลางท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ Online Travel Agents หรือ OTAs ที่ไม่เพียงแต่ธุรกิจโรงแรมและที่พักที่ต้องพึ่งพาช่องทางนี้ในการขายห้องพักมากขึ้น ธุรกิจบริการอื่นๆ เช่น บริษัทนำเที่ยว บริการรถเช่า ก็เข้ามาใช้บริการดังกล่าวมากขึ้น หรือธุรกิจการให้บริการที่พักในรูปแบบธุรกิจ Sharing Economy ที่มีการเติบโตที่เร่งขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สะท้อนได้จากการที่ผู้บริหารเชนโรงแรมรายใหญ่ของโลกยังต้องหันมาให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบครบวงจร ด้วยการจับมือกับธุรกิจ OTAs ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจไทยก็คงจะต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจให้ทันกับความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงของตลาดการท่องเที่ยว

"ในปี 2562 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศที่มีแนวโน้มชะลอลง ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศทั่วโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางท่องเที่ยว...ท่ามกลางโจทย์ธุรกิจการท่องเที่ยวที่มีความซับซ้อนมากขึ้น กอปรกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวคงจะต้องติดตามกระแสและปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างเท่าทัน" ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ