จังหวะการเมืองยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เข้มข้น และดุเดือดไปทั่วทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่บัดนี้ได้กลายเป็น “จุดนัดพบ” ของ “คนอยากเลือกตั้ง” ที่พากันรวมตัวชุมนุมคัดค้านการเลื่อนวันเลือกตั้งไปพร้อมๆกับการท้าทาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในที

ขณะเดียวกันยังปรากฎว่าในการเดินสายหาเสียงของแกนนำแต่ละพรรคการเมือง ทั้ง “3 ก๊ก” 3ขั้วการเมืองหลักๆ ทั้งปีกพรรคเพื่อไทย ค่ายประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ต่างอยู่ในโหมดที่เข้มข้น เพราะบรรดาแต่ละพรรค ในหลายพื้นที่เกิดการประจันหน้ากัน ทั้งผ่านการห้ำหั่น ตอบโต้กันด้านนโยบาย ควบคู่ไปกับการออกมาโจมตีในสารพัดประเด็น จนเกิดเป็นกระแสรายวัน

ล่าสุดมีปฏิกริยาไม่พอใจจาก แกนนำพรรคเพื่อไทย เมื่อ “คุณหญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ของพรรค ไม่สามารถเข้าไปใช้พื้นที่ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อปราศรัยได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายห้ามเข้า และขึงเชือกเพื่อกันโดยรอบพื้นที่

งานนี้ “ ลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีต ส.ส.จังหวัดพะเยา ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้ระบุว่านี่คือการกลั่นแกล้งกัน จากผู้มีอำนาจรัฐ ในมือ

สืบเนื่องจากการที่ “ สวัสดิ์ หอมนาน” รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา รักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง “ไพโรจน์ ตันบรรจง” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย เรื่องขอยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สถานที่ ในวันดังกล่าว โดยอ้างว่า การใช้สถานที่ราชการเพื่อจัดกิจกรรมทางการเมือง อาจมีการได้เปรียบเสียเปรียบในทางการเมือง ระหว่างพรรคการเมือง ประกอบกับเป็นการไม่เหมาะสมที่จะใช้สถานที่ราชการเพื่อจัดกิจกรรมทางการเมือง

อีกทั้งยังได้รับการยืนยันจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ด้วยว่าสถานที่ราชการ ห้ามใช้หาเสียง และยังจะใช้เป็นมาตรฐานเดียวกับกับ “ทุกพรรค” อีกด้วย !

หลายฝ่ายกำลังเกิดความกังวลว่า เวลานี้ประเด็นที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ปลุกความรุนแรงให้กลับขึ้นมาใหม่ มีด้วยกันหลากหลายเรื่องราว ทั้งที่จงใจและไม่เจตนา ในขณะที่ “วันเลือกตั้ง” ก็ยังไม่ชัดเจน โดย “อิทธพร บุญประคอง” ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุเพียงว่า ต้องรอให้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งออกมาเสียก่อน เมื่อออกมาเมื่อใด กกต.จะต้องประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน

หมายความว่า ขณะที่ความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง ยังไม่ปรากฎออกมา แต่การต่อสู้ ทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะมีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งลดราวาศอกให้กันและกัน โดยเฉพาะพรรคฝ่ายตรงข้ามคสช.อย่าง “พรรคพลังประชารัฐ”

ที่แม้วันนี้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะยังไม่ปรากาศท่าทีทางการเมืองของตัวเองให้ชัดเจนว่าจะเลือกทางใด แต่กลับลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชน อย่างต่อเนื่อง เล่นในทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นสวมม่อฮ้อม ขี่รถอีแต๊ก หรือเดินตลาดสด สิ่งต่างๆเหล่านี้ ยิ่งทำให้พรรคคู่แข่ง ประเมินแล้วว่า ยิ่งต้องเร่งฝีเท้าออกหาเสียงให้หนัก เพราะยิ่งนานวัน บิ๊กตู่ ยิ่งสวมบท “นักการเมือง” แนบเนียนขึ้นทุกวัน !