สถาพร ศรีสัจจัง

ที่เรียกม้านั่งประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นตำแหน่งฝ่ายบริหารสูงสุดของประเทศไทยว่า “บัลลังก์ผีสิง” นั้น หลายใครอธิบายว่า เป็นเพราะคนที่ต้องมานั่ง “บัลลังก์” ตัวนี้ ตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตั้งแต่ปี 2475 โน่นแล้ว ล้วนต้องมีส่วนทั้งทางตรง หรือทางอ้อม ทั้งโดยเจตนา และไม่เจตนา ทำให้คนต้องตายไปเป็นจำนวนไม่น้อย
          
ผีคนตายที่กลายเป็นสัมภเวสี หรือที่คั่งแค้นเพราะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงน่าจะมาสิงสู่อยู่ที่ม้านั่งตัวนี้ ม้านั่งหรือ “บัลลังก์” อันทรงอำนาจตัวนี้จึงเต็มด้วยพลังลึกลับน่ากลัว ก่อเกิดแรงดูดดึงให้คนบางประเภทถูกดลใจให้มีความอยากจะขึ้นนั่งดูสักครั้งอยู่เสมอๆ
         
เล่ากันว่า พอใครขึ้นนั่ง ผีที่สิงอยู่ในม้านั่งตัวนี้ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนาม “อำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง” ก็จะจู่โจมเข้าสิงสู่จิตใจบุคคลผู้นั้นทันที ยิ่งนั่งอยู่นานเท่าไหร่ ความเฮี้ยนของผีที่สิงสู่ก็จะเพิ่มอานุภาพความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
            
จนท้ายสุดเขาผู้นั้นแทบจะไม่หลงเหลือความเป็นตัวเองอยู่ได้เลย จะต้องจำนนต่อพลังของผีร้ายที่ชื่อ “อำนาจและผลประโยชน์” ตนนั่นอย่างไม่สามารถโงหัว !
           
 เรื่องนี้จะจริงไม่จริงอย่างไร โปรดใช้วิจารณญาณและปัญญาส่วนบุคคลพิเคราะห์กันเอาเองก็แล้วกัน ว่าประวัติศาสตร์ของคนที่ “ถูกแรงดูด” ให้ต้องขึ้นนั่งบัลลังก์ที่หลายใครเรียก “บัลลังก์ผีสิง” ตัวนั้น ลงท้ายแล้วส่วนใหญ่มีชะตากรรมชีวิตอย่างไรบ้าง
             
หรือถ้าอยากจะรู้จริงตามวิสัยคนยุค 4.0 ก็น่าจะลองให้ใครที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสัมภาษณ์เชิงลึกสักคน ไปสัมภาษณ์เจาะลึก “บางใคร” ที่เคยนั่งบัลลังก์ตัวนี้ และดูเหมือนจะยังมีชีวิตที่มีภาพลักษณ์ดีอยู่ ว่าแต่ละคืนที่ท่านเหล่านั้นจะหลับตาลงนอน มี “ผี” ที่สิงอยู่ใน “บัลลังก์นายกฯ” ตัวนั้นตามมาหลอกหลอนให้ยากที่จะข่มตาหลับได้ลงอยู่อีกบ้างหรือเปล่า?
               
ว่ากันว่า ผีร้ายที่ชื่อ “อำนาจและผลประโยชน์” ตนนั้น เป็นผีที่สิงสู่คนได้ง่ายที่สุด มีพลังที่สุด และสามารถควบคุมจิตวิญาณคนที่มันเข้าสิงให้เป็น “ร่างทรง” ของความชั่วร้ายได้หลากรูปแบบจริงๆ!
               
และยิ่งนับวัน ดูเหมือน “บัลลังก์ผีสิง” ตัวนั้นจะยิ่งทรงพลังทรงอำนาจในแรงดูดดึงให้คนบางกลุ่มบางพวกอยากขึ้นนั่งยิ่งขึ้นทุกทีๆ ขึ้นนั่งแล้วก็ไม่อยากลง อยากสถิตให้เสถียรกันแทบทุกราย(คงเป็นเพราะอำนาจผีร้ายนั่นแหละ!)
                 
ในอดีต เพื่อแย่งกันขึ้นนั่งบัลลังก์ตัวนี้ มี “หมอผี” ที่เชื่อมั่นตัวเองว่าเป็นผู้เรืองฤทธิ์จำนวนไม่น้อย สำแดงอาคมจะปราบผี (ที่สิงอยู่ในคนที่นั่งบัลลังก์) เพื่อจะแย่งชิงม้านั่งไปเป็นของตนและพวกพ้อง กล่าวได้ว่าแทบจะไม่เคยสำเร็จ ส่วนใหญ่โดนผีร่ายหักคอทิ้งเสียแทบทั้งสิ้น
                   
นับเป็น “บัลลังก์ผีสิง” ที่ทรงพลังแห่งอำนาจและผลประโยชน์จริงๆ!
                   
ฟังว่า มีคาถาอยู่เพียงบทเดียวที่จะสามารถ “สะกด” หรือปราบเจ้าวิญญาณร้ายตนนี้ลงได้ ฟังมาอีกว่า เป็นคาถาสั้นๆง่ายๆ แต่ยากในการยึดถือปฏิบัติ  เพราะในคาถาบทนี้มีข้อกำกับไว้ว่า ผู้ที่จะใช้คาถาบทนี้ให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ต้องมี “ความบริสุทธิ์ใจ” อย่างแท้จริงกำกับ ต้องไม่ใช้คาถาปราบผีบทนี้เพียงเพื่อหวังให้ตนและพวกพ้องได้ประโยชน์ เพราะถ้าแอบอ้างใช้เข่นนั้น พลังและ “คุณ” แห่งองค์คาถาจะย้อนกลับเข้าตัวผู้ใช้ คือกลับมาเป็นพลัง “อัด” เอาคนใช้ตามอัตราความหนักเบาของความ “ไม่บริสุทธิ์ใจ” นั่นแท้เทียว
                   
 มหาคาถาปราบ “บัลลังก์ผี” บทนี้ประกอบด้วยคำไทยเพียง 2 คำ คือคำว่า “พลัง” กับคำว่า “ประชาชน” รวมเป็นบทคาถาว่า “พลังประชาชน” !!!!