แสงไทย เค้าภูไทย

การท่องเที่ยวกับการส่งออกเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2 ตัวเท่านั้นที่เดินได้ดี แต่ปีนี้มหาอำนาจเศรษฐกิจโลกเห็นตรงกันว่า จะเป็นปีเริ่มต้นของขาลง ไทยจะเป็นอย่างไรในยามที่พึ่งแต่ปัจจัยภายนอก ?

ข้อมูลตัวเลขการท่องเที่ยวของไทยอยู่อันดับต้นๆของโลก รวมกับตัวเลขส่งออกกลายเป็นมูลค่าสูงสุดในตัวเลขเติบโตของจีดีพี

ปี 2561 เพิ่งผ่านพ้นวันสิ้นปีและไตรมาสที่ 4 มาไม่กี่วัน ตัวเลขยังไม่สมบูรณ์ แต่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 37.19 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.08%

แม้จะเป็นตัวเลขสวย แต่ก็ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 39 ล้านคน สร้างรายได้ 1.97 ล้านล้านบาท ขยายตัว 8.1%จากปี 2560 ซึ่งก็ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท

นักท่องเที่ยวหลักเข้าไทยได้แก่นักท่องเที่ยวจีน ปี ที่แล้วช่วงครึ่งปีแรกมา 6.86 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันเมื่อปีก่อน 21.44% ทำให้คาดหวังว่าหากอัตราเพิ่มระดับนี้ จะเพิ่มทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ตามเป้าหมาย

แต่หลังเรือล่มที่ภูเก็ตนักท่องเที่ยวจีนตายไปหลายศพ ทำให้เดือนกรกฎาคมจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหดไป ส่งผลให้ไตรมาสที่ 3 นักท่องเที่ยวจีนลดจำนวนลงเหลือ 2.21 ล้านคน ลดลง 17.61%
ไตรมาสสุดท้ายที่ผ่านมา คาดว่ามีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 1.85 ล้านคน ลดลงประมาณ 25.64 ล้านคน รวมแล้วทั้งปีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยคาดว่าจะตกราว 9.9 ล้านคน อัตราเติบโตโดยรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 8% ต่ำกว่าปี 2560 เล็กน้อย

เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านและประเทศดาวรุ่งด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้ว ไทยยังตามหลังอยู่มาก

ทั้งเวียดนามที่อัตราขยายตัว 8.5% ทั้งฟิลิปปินส์และมาเลเซีย 11% อินเดีย 12% ไต้หวัน 20% ฮ่องกง 25%

ด้านรายได้ คาดว่าปี 2561 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.0 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 60 9.2%

แม้จะเชื่อว่า เหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตเป็นสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนลดจำนวนลง

ทว่าจากการสำรวจความเห็นของบริษัทนำเที่ยวจีน พบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังนิยมมาเที่ยวไทย โดยถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าเดินทางมาเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

ประเด็นเรือล่มที่ภูเก็ตจึงมิใช่สาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดลง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดจำนวนนั้น เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศของจีนเอง ที่ชะลอตัวลง

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลก มีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2-3% เท่านั้น

กอร์ปกับทำสงครามการค้ากับสหรัฐ ทำให้จีนซึ่งเป็นชาติส่งออกใหญ่ที่สุดในโลกมีสัดส่วนมูลค่าในผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงสุด จึงมีรายได้ลดลง

การส่งออกลดลง หมายถึงห่วงโซ่การผลิตลดขนาดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก

เมื่อการผลิตลงลด การจ้างงานก็ลดลงด้วย กำลังซื้อภายในประเทศหดตัวลง เพราะรายได้ประชาชนลดลง การใช้จ่ายทั้งภาคครัวเรือน ทั้งโดยส่วนตัว จึงเน้นเฉพาะที่จำเป็น

การท่องเที่ยวไม่อยู่ในส่วนของสินค้าและบริการที่จำเเป็น จึงถูกตัดออกเป็นเหตุผลว่าทำไมนักท่องเที่ยวจีนนมาไทยน้อยลง

ขณะนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนกำลังมีปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย ฟองสบู่ใกล้แตกเต็มทน

ยุคทองของเศรษฐกิจจีนผ่านพ้นไปแล้ว ปี 2562 ที่เพิ่งเริ่มต้น จะเป็นปีลำบากของจีนและหลายๆชาติที่รายได้หลักของประเทศแขวนไว้กับภาคการส่งออก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัวลง
กูรูเศรษฐศาสตร์ระดับโลกและนักวิคราะห์การเงินมองว่า ปีนี้ จะเป็นปีเริ่มต้นของเศรษฐกิจขาลง และจะไปส่งผลรุนแรงเอาในปีหน้า

จะเรียกว่าเป็นปีเผาหลอก ก่อนจะเผาจริงในปี 2020 ก็ได้

แต่ก็มีนักวิเคราะห์บางรายมองแง่ร้ายสุดขั้วว่า เศรษฐกิจโลกอาจถึงขั้นวิกฤต ระดับสึนามิถาโถมหรืออุกาบาตระเบิดระดับซูเปอร์โนวา

ฝั่งอเมริกาอันเป็นเศรษฐฏิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นชาติที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมากที่สุดในโลกนั้น คาดกันว่า อาจจะถึงกับประสบภาวะถดถอยครั้งใหญ่ (Great Recession) ไม่ต่างจากช่วงปี 2008 -2010 อีกครั้ง

ประเทศไทยซึ่งแขวนตัวเลขจีดีพีไว้กับมูลค่าการส่งออกและรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติหนีไม่พ้นที่จะประสบชะตากรรมเดียวกันกับจีน

การส่งออกและการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ การที่่เราต้องพึ่งพาปัจจัยทั้งสองตัวนี้เป็นหลัก จึงนับเป็นความเสี่ยงมหันต์

ปีที่ผ่านมา การส่งออกของไทยมีอัตราเติบโตประมาณ 8% โดยมีตลาดหลักคือสหรัฐ สหภาพยุโรป จีนและญี่ปุ่นเป็นตลาดหลัก

แต่ถ้าปีนี้ ตลาดทั้งหมดหดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ ไทยก็ น่าจะได้รับผลกระทบ

ส่วนตลาดจีนนั้น มีสัญญาณมาแล้ว จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงจากเหตุและปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว กำล้งซื้อหดตัว

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2 เครื่องสำคัญมีอันจะเดินได้ไม่เต็มสูบเหมือนที่ผ่านๆมา ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเเกิดเหตุวิบัติทางการเมือง ไม่มีการเลือกตั้ง คสช.ยื้ออยู่ยาว

อยู่มา 5 ปี ทั้งๆที่เป็นช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจโลกยังเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ถ้าอยู่ต่อในภาวะขาลง จะมิอดตายกันทั้งประเทศหรือ ?