ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

ติดตามข่าว “การเลือกตั้ง” จากนักการเมือง นักเลือกตั้ง หลากหลายฝ่ายมายาวนาน ด้านหนึ่ง เห็นความจริง ที่สะท้อน ความล้มเหลว ความอ่อนแอ ของการเมืองเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมฯ แต่อีกด้านหนึ่ง คนมีดวงตาเห็นธรรม ยังทุ่มความคิดชีวิต สู้ สู้ สู้ ด้วยอุดมคติ ไม่ตอบโต้ใคร เดินหน้าไป

1. คน1 มีอะไรที่ สังคมและนักประชาธิปไตย ไม่เข้าใจ ในพฤติกรรมของ “ อุดมคติ ที่เปลี่ยนได้”

คน1 มีอุดมการณ์ กล่าวหาระบบเลือกตั้งรัฐสภาฯเป็นเครืองมือของรัฐทุนหลอกลวงประชาชน แต่ กูกลับลำ

คน1 มีอุดมการณ์ ขึ้นเวทีพธม.ด่าประณามระบอบทุนสามานย์ แต่แล้วกลับไปสยบกับทุนสามานย์

คน1 มีอุดมการณ์ ยึดหลักการ แต่เป็นที่ไม่ชมชอบของเจ้าของพรรค จึงเปลี่ยนคล้อยตาม แล้วได้ดี

คน1 เป็นนักต่อสู้ กล่าววิจารณ์พรรคเก่าแก่“อ้างหลักการ แต่ไม่ใช่ของแท้ เล่นพวก “ วันนี้ไปสังกัดพรรคนั้น

คน1 เป็นนักเลือกตั้ง ไม่สนอุดมการณ์ ย้ายพรรคไปมาเป็นว่าเล่น ทั้งๆที่การเมืองต้องการคนจริงทำจริง

คน1 อยู่พรรค1 อ้างว่า “เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์” แต่เมื่อย้ายพรรค ก็กล่าวย้ำอีก “พรรคนี้มีอุดมการณ์กว่า”

คน1 โจมตีพรรคอื่นจัดงานระดมทุนแบบเปิดเผย แต่พรรคตนจ่ายเงินให้อดีตสส.30-70 ล้าน, เอามาจากไหน

คน1 เป็นนายทุนเจ้าของพรรค หนีคดี ไปบัญชาการบต่างแดน สั่นกระดิ่งให้บริวาร ไปแตกพรรคสู้กติกาใหม่

คน1ทุนใหญ่ อ้างอนาคตใหม่จะเกิด ต้องทำลายของเก่าสถาบันวัฒนธรรมแต่เป็นข่าวทุกวันเพราะทุนใหญ่คน 1 แพ้มติ ลงประชามติ รัฐธรรมนูญปี 2560 อ้างหลักการประชาชนมาก่อน ,แต่กลับประณาม ไม่ทำตาม

คน1 เมื่อคนใกล้ชิดไปขอขมาอดีตนายกอีกฝ่ายหนึ่ง ทำลายภาพพจน์พรรคหลักการ แต่หัวหน้าไม่ประณาม

คน1 ร่วมสู้เผด็จการกับพรรคฝ่ายอื่นๆ , แต่ตอนเลือกตั้ง “กลับกล่าวหาว่า : พาคนไปตาย “ เพียงเพื่อชนะ

ฉะนั้นการดูคน ดูพรรค อย่าฟังแต่หลักการสวยหรู นโยบายดูดี

แต่ต้องดูการปฏิบัติที่เป็นจริง จึงรู้ใครแท้เทียมฯ

นี่เพียงกล่าวถึง เรื่องที่น่าเศร้าใจ ที่เกิดจาก คนมีหลักการ และมีอุดมคติ ที่ต้องการการแก้ไข ปฏิวัติปฏิรูป

2. คน 1 ยังทำให้ “หัวใจมีสุข ประชาชนมีความหวัง” จากการคิดดีทำดี ด้วยสติปัญญา เพื่อตัวเองและสังคมแต่สังคมไทย ฟ้ามีตา อุดมคติมีจริง สำหรับนักต่อสู้ นักการเมือง ที่เอาบ้านเมืองมาก่อน ยังมีให้เห็น ยังสู้ต่อ ฝากให้กำลังใจ “พรรคดี คนดี พรรคของประชาชน คนของแผ่นดิน” ที่ทำหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดินต่อไป การปฏิรูป การปฏิวัติ สำหรับการเมืองและสังคมไทย ยากเย็นแสนลำบาก ดุจงมเข็มในมหาสมุทร แต่ก็มีคนที่อุดมคติ ยังยึดมั่นเดินหน้าเพื่อนำประชาธิปไตยที่แท้จริงมาสู่สังคมไทย แม้นจะรู้และเข้าใจดีว่า “ ผู้เสียสละ ผู้มีอุดมคติ และผู้มีจิตอาสา” ต้องเสียสละครั้งที่ 1 2 3 4 …….. และตลอดชีวิต

เพลง 'ความฝันอันสูงสุด' version ศิลปินเด็ก feat. คุณตา สันติ

https://www.youtube.com/watch?v=wFSsXiQBPeA

เพลงนี้ มีเนื้อหาที่ใช่ ชัดเจน ให้ ทิศทาง แนวทาง ศรัทธา มุ่งมั่น กำลังใจ

แก่ผู้คน คนดีรักความเป็นธรรม ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดี เพื่อบ้านเมือง

การจักต่อสู้กับบ้านเมือง ให้ประสบความสำเร็จนั้น มิใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่ยากลำบาก มีอุปสรรคมากมาย ที่กีดกั้นขวางทางคนดี ที่ต้องการเดินทางไปสู่เป้าหมาย อาจจะแค่เหงื่อตก น้ำตาไหล
เพราะ ทางเดิน มันไกลแสนไกล หลายพันหลายหมื่นกิโลเมตร ต้องเดินข้ามห้วยนองคลองบึง ต้องปีนป่ายเนินสูงเขาใหญ่ เพื่อให้ไปถึงยอดเขา ลูกที่หนึ่ง และลูกต่อๆไป

อาจจะแค่เลือดไหล บาดเจ็บ ปวดร้าว เมื่อถูก กระบองฟาดฟัน เพื่อมิให้ กองทัพธรรม เดินหน้าต่อไป

อาจจะหมดเงินหมดทอง ที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต เพื่อใช้จ่ายซื้อข้าวของเสบียงกัง ในการเดินทางไกล

อาจจะหมดเวลาไป วันแล้ววันเล่า เดือนปีแล้ว ปีเล่า จาก 14 ตุลา 2516 มาถึง สิ้นปี 2561 ยังไปไม่ถึงไหน

อายุอานามหนุ่มสาว จากเรียนมหาวิทยาลัย จบแล้ว นับดู 20 -24-26 … , มาวันนี้ แก่แล้ว 66 – 68-70 ……

และหลายคนใช้ชีวิตเป็นชีพพลี จากกระสุน ปืน ที่ระดมยิงใส่ “นักสู้ผู้บริสุทธิ์” โดยคนชาติเดียวกัน แต่คิดต่างกัน

ผู้นำไม่น้อย ต้องคดีโดยรัฐ “ที่วางกติกาให้คนทำดีรักชาติรักษาบ้านเมือง” แต่ศาลบางคดี กลับติดสินว่า “ผิด”

ถูกอายัดทรัพย์ เงินทองที่ดิน บ้านช่อง ที่หามาได้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หมดเนื้อหมดตัว หมดอิสรภาพ

คุก ขังได้แต่ร่างกาย แต่จิตใจ แห่งอิสรภาพ เสรีชน ยังคงโลดแล่นในไทยแลนด์ ดินแดนแห่งความอยุติธรรม

ความเข้มแข็งที่สามารถยืนหยัดในการต่อสู้มาได้ทุกสถานการณ์ทุกรูปแบบ เช่นนี้ : ทำด้วยอะไร ฤา

แต่อย่างน้อย ก็จะต้องเริ่มต้นมาจาก “กายและใจ “ของเจ้าของ ที่คิดดีคิดถูก เริ่มจากไม่มีสู่มี เล็กสู่ใหญ่” จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง

เชื่อไหม ปู่จิ๊บ เริ่มร้องเพลง เมื่อไหร??? วันคืนที่ไร้อิสรภาพ ถูกจองจำในคุก ฐานะนักโทษการเมือง ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ตั้งแต่ คืนวันที่ 6 ตุลาคม 2516 ที่ 13 กบฏ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ถูกนำตัวขึ้นรถทหาร จากสันติบาลปทุมวัน

เพียงแค่ “ ขบวนการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ จากรัฐบาลถนอมประภาสณรงค์” อยู่ในห้องขังกับนักโทษชาวบังคลาเทศ ที่โดนข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ พี่แก คงงง และเริ่มเข้าใจ เมื่อเห็นสีหน้าฟังน้ำเสียง “ มีความหวัง เสียงสดใส แม้จะไม่ถูกทำนองเพลง”

ผู้ร้อง มีพลัง มีกำลังใจ ที่ปลุกสร้างขึ้นมา อาศัยเสียงเพลงเนื้อหา “เพลงความฝันอันสูงสุด” และแล้ว “ปู่จิ๊บ และเพื่อนมิตร” ก็ฟันฝ่า ผ่านมาได้ จนถึงวันนี้ และยังเชื่อมั่นอย่างมั่นคง ขณะที่เพื่อนมิตรหลายคน เริ่มเสียงแหบ และหยุดร้องเพลงนี้ไปแล้ว , ไปร้องเพลง “ เลือกตั้ง คือ ชัยชนะ”

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว

ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทนง

จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา

ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป

นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส

ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน

โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน

คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทยฯ

คนดี ไม่มีวันตาย https://www.youtube.com/watch?v=tWq_AqHezvM

แม้ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร

ไม่ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ

ฟ้าและดินไม่เห็นไม่เป็นไร ไม่ได้หวังให้ใครจดจำ

แม้ยากเย็นแค่ไหนไม่เคยบ่นซักคำ ไม่มีใครจดจำ แต่เราก็ยังภูมิใจ

**จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย

ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี

ขอเทิดทูนศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี

โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย