ออกอาการ “แปลกใจ” ไปตามๆ กัน กับ “ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชีชาวเยอรมนี” แดน “อินทรีเหล็ก หรือที่หลายคนก็เรียกว่า “เมืองเบียร์”

โดยการสำรวจของ “สถาบันฟอร์ซา” หน่วยงานทางสถิติอิสระในเยอรมนี กรุงเบอร์ลิน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำ เพราะผิดพลาดคลาดเคลื่อนแต่ละครั้งไม่กี่เปอร์เซ็นต์อย่างการเลือกตั้งเยอรมนีที่ผ่านๆ มา เป็นอาทิ ได้เปิดเผย “ฟอร์ซาโพลล์” หลังหยั่งเสียงประชาชาวอินทรีเหล็ก ในกลุ่มตัวอย่างช่วงอายุต่างๆ เมื่อเร็วๆ นี้ แล้วปรากฏว่า “สหรัฐอเมริกา” เจ้าของฉายา “พญาอินทรี” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศแถวหน้าที่ชาวเยอรมัน ให้ความหวั่นหวาดเกรงกลัวมากที่สุดประเทศหนึ่ง

ก็สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักวิเคราะห์ เพราะเป็นที่รับรู้กันเป็นอย่างดีว่า สหรัฐฯ กับเยอรมนีนั้น เป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดทั้งในด้าน “ยุทธศาสตร์ทางความั่นคง” และ “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ การพาณิชย์” แน่นแฟ้น แถมยังยาวนานกันเพียงใด ลากยาวมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เข้าร่วมเป็นชาติสมาชิกของ “องค์การป้องกันแอตแลนติกเหนือ” หรือ “นาโต” ด้วยกันมาเลยก็ว่าได้

ทว่า เมื่อผลโพลล์ออกมาเป็นเช่นนี้ ก็สร้างความอัศจรรย์ใจว่า เป็นไปได้อย่างไร อะไรถึงทำให้เป็นไปได้ขนาดนั้น?

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเยอรมนี

ทั้งนี้ ตามการจัดทำโพลล์ของ “สถาบันฟอร์ซา” ก็ระบุว่า “สหรัฐฯ” ติดอันดับ “ท็อปทู” คือ “1 ใน2” ของประเทศที่เยอรมนีกลัวมากที่สุด เคียงคู่สูสีกับ “รัสเซีย” เจ้าของฉายา “พญาหมี” ที่ขึ้นแท่น “อันดับ 1” ส่วน “สหรัฐฯ” รั้ง “อันดับ 2”

อย่างไรก็ดี เมื่อดูรายละเอียดถึงคะแนนที่กลุ่มตัวอย่างเทไปให้ ปรากฏว่า ห่างกันเพียง “ร้อยละ 1” เท่านั้น โดย “สหรัฐฯ” ได้คะแนนไปคิดเป็น “ร้อยละ 55” ตามหลัง “รัสเซีย” ที่ได้คะแนน “ร้อยละ 56”

ขบวนทหารของสหรัฐฯ ในค่ายโรส ซึ่งเป็นค่ายทหารที่เมืองฟิลเซค ประเทศเยอรมนี

บรรดานักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า ถ้าพูดถึง “รัสเซีย” แล้ว ไม่น่าแปลกใจ เพราะเป็นไม้เบื่อ ไม้เมา ของเยอรมนีมาตั้งแต่ไหนแล้ว ไล่มาการเผชิญหน้าในฐานะคู่สงครามตั้งแต่ “สงครามโลก” ทั้งสองครั้งมาเลยก็ว่าได้

ไม่นับเรื่องที่ทางฟากตะวันตก วาดภาพให้รัสเซีย ให้เป็นชาติที่น่าหวาดกลัว เป็นคู่ปรปักษ์ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเลยก็ว่าได้อีกต่างหาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้การต้อนรับการเดินทางมาเยือนของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะที่ เหล่านักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่ง ระบุว่า อารมณ์และบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวของชาวเยอรมนี น่าจะมีกรุ่นๆ กันมาตั้งแต่ “นายโดนัลด์ ทรัมป์” ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่ง “ประธานาธิบดีสหรัฐฯ” เมื่อสองปีก่อนแล้ว โดยเข็ดขยาดต่อฝีปากวาทกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ รายนี้เป็นปฐม จากการที่เขารณรงค์หาเสียงชวนให้เกิดให้วิวาทะแม้กับเหล่าชาติพันธมิตรด้วยกันเองอยู่หลายคำรบ

โดยผลการสำรวจโพลล์ชาวเยอรมนีที่มีก่อนหน้า ในเรื่องความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ประธานาธิบดีทรัมป์” เปรียบเทียบกับ “ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย”

ผลปรากฏว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์” แซงหน้า “ประธานาธิบดีปูติน” ไปอย่างหน้าตาเฉย ในฐานะ “ผู้นำประเทศที่ชาวเยอรมนีเห็นว่า เป็นบุคคลที่อันตรายอย่างยิ่งยวด” โดยทาง “ยูกอฟ” ซึ่งเป็นสำนักโพลล์แห่งเมืองผู้ดีอังกฤษ ระบุว่า คิดเป็นถึงร้อยละ 64 หรือ 2 ใน 3 ของชาวเยอรมันเลยทีเดียว ที่มีความคิดเช่นนั้น ขณะเดียวกัน ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเช่นกันว่า ชาวเยอรมัน กลับมีความนิยมชมชอบต่อในตัวของประธานาธิบดีปูตินว่า เป็นอันตรายต่อเยอรมนีน้อยกว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นไหนๆ โดยให้คะแนนของความน่าจะเป็นอันตรายของประธานาธิบดีปูตินต่อเยอรมนีเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พบปะกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

สำหรับ ผลการสำรวจของ “สถาบันฟอร์ซา” ต่อกรณีความหวาดกลัวของชาวเยอรมนีที่มีต่อประเทศต่างๆ ปรากฏว่า นอกจากสหรัฐฯ และรัสเซีย ที่ได้อันดับ 1 และ 2 แล้ว “เกาหลีเหนือ” เจ้าของฉายา “โสมแดง” ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ชาวเยอรมันพากันหวาดผวา โดยได้คะแนนไปร้อยละ 27 ประเทศตุรกี ที่ร้อยละ 24 และซาอุดีอาระเบีย ร้อยละ 23 ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่ มหาอำนาจยักษ์ใหญ่ที่กำลังมาแรง ชาวเยอรมันให้ความหวาดกลัวเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น