หลายคนคงเคยเห็นท่านั่งต่อตัวยอดฮิตที่กำลังแชร์กันอยู่ตาม Social วันนี้เราลองมาคุยกันกับ "กภ.พลอย" สิริอาภรณ์ ธนางทิพย์กุล จากเพจ "กายภาพบำบัดหนองแค จังหวัดสระบุรี" กันดูว่าก่อนจะโพสท่าพวกนี้มีอะไรที่เราต้องระวังกันบ้าง

จากภาพ คนที่อยู่ตรงส่วนไหนเสี่ยงได้รับผลกระทบหรืออาการบาดเจ็บมากที่สุด ?
ถ้าพิจารณาจากท่าทางและแรงกดที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง ความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจะไปตกอยู่กับคนที่ 2 และ 3 (นับจากด้านบน) นะคะ โดยเฉพาะคนที่ 3 ที่อยู่ในท่าที่ก้มและยังมีน้ำหนักจากขาคนข้างบนมากดลงไปที่บ่าต่ออีก ในที่นี้จะขอพูดถึงความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ถ้าไม่ระวังนะคะ

1. หมอนรองกระดูกปลิ้น จากภาพที่ 1 ด้านล่างจะเห็นว่าเวลาเราก้มตัว ขอบกระดูกสันหลังด้านหน้าจะเริ่มชิดเข้าหากันมากขึ้น ส่วนด้านหลังจะค่อยๆเปิดกว้างออก ในขณะที่เปิดกว้างออกนี่แหละค่ะ หมอนรองกระดูกที่คั่นอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังจะถูกดันนูนออกมาตามองศาการก้มที่มากขึ้น ถ้าใครนึกไม่ออก ให้ลองนึกถึงเวลาบีบลูกโป่งในมือฝั่งนึงแล้วอีกด้านมันปูดนูนขึ้นมา นั่นแหละคือลักษณะที่น้องหมอนนูนออกไป ทีนี้พอเรากลับมายืนอยู่ในท่าปกติ น้องหมอนก็จะหดกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ด้วยแรงหนืดของมัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่น้องหมอนถูกกดดันมากๆ ปลอกที่หุ้มหมอนรองกระดูกชั้นในก็จะเริ่มค่อยๆขาดออกจนปูดปลิ้นออกมาทำให้กลับไปตำแหน่งเดิมไม่ได้ เมื่อกลับไปตำแหน่งเดิมไม่ได้มันก็จะปลิ้นห้อยไปกดกับเส้นประสาทด้านหลังทำให้ปวดร้าวลงสะโพกลงขาต่ออีก คนส่วนใหญ่เวลามีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกปลิ้นจึงมักเกิดขึ้นในท่าก้มแล้วยกของนั่นเอง ยิ่งอายุมากความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นเพราะหมอนรองจะมีความยืดหยุ่นน้อยลงไปด้วยค่ะ

ภาพต่อมาแสดงให้เห็นถึงแรงกดที่เกิดขึ้นกับหมอนรองกระดูกเมื่อเราอยู่ในท่าทางต่างกัน จะเห็นว่าท่าที่เรานั่งแล้วก้มตัวไปด้านหน้าเกิดแรงกดใกล้เคียงกับท่ายืนก้มยกของเลยทีเดียว ยิ่งถ้ามีน้ำหนักด้วยแล้ว(ในรูปขวาสุด) แรงกดจะยิ่งเกิดขึ้นมากอีกด้วย ดังนั้นคนที่มีประวัติหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังอยู่จึงไม่ควรทำท่าดังกล่าวนะคะ

ภาพที่ 2 S. CRAIG HUMPHREYS, M.D., and JASON C. ECK, M.S., Chattanooga, TennesseeAm Fam Physician. 1999 Feb 1;59(3):575-582.
ดังนั้นท่าต่อตัวนี้คนที่มีประวัติหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังอยู่จึงไม่ควรทำค่ะ
2. สำหรับคนที่2 จะต้องระวังความเสี่ยงบริเวณคอร่วมด้วย เพราะบางคนทำท่านี้แล้วไปนั่งบริเวณข้อต่อช่วงคอ-อก หากคนที่อยู่ข้างบนมีน้ำหนักตัวมาก หรือเกิดพลาดนั่งกระแทกไปตรงกระดูกคอช่วงล่างอาจทำให้เกิดการเคลื่อนของข้อต่อ หรือเกิดภาวะกระดูกกดทับเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบมีอาการปวด ชาร้าวลงแขนได้

ผู้สูงอายุสามารถทำได้หรือไม่
คำว่า “ผู้สูงอายุ” นี่ ถ้าเรายึดเอาตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ จะเริ่มนับตั้งแต่อายุ 60ปีบริบูรณ์นะคะ ดังนั้นกลุ่มผู้สูงอายุกับท่านี้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะแค่เห็นรูป คุณลุงคุณป้าหลายท่านก็คงโบกมือลาไม่ทำกันอยู่แล้วค่ะ ส่วนตัวมองว่ากลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือกลุ่มน้องๆวัยเรียน วัยรุ่น เพราะกลุ่มนี้มักทำกันไปตามกระแส ขาดความระวังตัว อันนี้สำคัญมากนะคะ คนที่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงจะระวัง แต่คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองก็เสี่ยงได้มักจะไม่ระวังเลย ดังนั้นถึงจะดูเสี่ยงเจ็บตัวน้อยแต่โอกาสมีมากเพราะประมาทนี่แหละ อันนี้ไม่ได้พูดให้กลัว แต่เรามาคุยกันในแง่ที่ว่าถ้ามันพลาดจะเกิดอะไรได้บ้าง สำหรับกลุ่มที่ห้ามเลยก็คือคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกพรุน หมอนรองกระดูกเคลื่อน อาจทำให้เกิดการทรุดของกระดูกสันหลังแล้วกดทับเส้นประสาทได้ค่ะ

สุดท้ายถ้าถามว่าท่านี้อันตรายไหม คือมันไม่มีอะไรปลอดภัย100% หรอกนะคะ เราอยู่ในวิชาชีพนี้ เราก็มีหน้าที่ช่วยหาวิธีให้มันเกิดความเสี่ยงกับคนไข้น้อยที่สุด ไม่ได้มานั่งห้ามกันอย่างเดียวคนไข้ไม่ต้องกลัวนะคะ(หัวเราะ) อย่างคนไข้บางคนที่เข้ามาปรึกษาเขาเป็นเชียร์หลีดเดอร์บ้าง แดนเซอร์บ้าง หรือนักกายกรรม เราเข้าใจนะว่าท่าพวกนี้มันเลี่ยงไม่ได้ นักกายภาพบำบัดก็จะช่วยออกแบบให้ว่าถ้าทำท่าแบบนี้ ต้องฝึกเน้นกล้ามเนื้อส่วนไหน เรียนรู้วิธีควบคุมท่าทางให้เหมาะ รวมถึงการฝึกหายใจ ดังนั้นก่อนจะไปถึงคำถามที่ว่าท่านี้ทำได้ไหม เราควรต้องถามตัวเองก่อนว่า “แล้วเราได้อะไรจากการทำมันล่ะ” ถ้าทำแล้วได้ประโยชน์คุ้มเสี่ยง ทำได้ค่ะไม่ห้าม มาคุยมาถามกันได้เลย แต่ถ้ายังตอบไม่ได้ว่าประโยชน์คืออะไร คำถามคือ “แล้วทำไมคุณต้องทำ”

มีโอกาสผิดพลาดถึงขั้นอัมพาต หรือไม่
คนที่เกิดอุบัติเหตุบริเวณกระดูกคอแล้วอัมพาตลงไปทั้งตัวนี่ต้องเกิดแรงกระแทกขนาดที่ทำให้กระดูกคอเคลื่อน เส้นประสาทขาด คือมันต้องเป็นแรงกระแทกหรือแรงกระชากแรงๆเลยนะคะ เช่น รถชนแล้วคอสะบัดแรงมาก ตกจากที่สูงหัวกระแทก ล้มคอฟาด โดนตีเข้าที่คออะไรแบบนี้นะคะ สำหรับท่านี้ถามว่าเกิดได้ไหม สำหรับคนที่ 2 มีความเสี่ยงแต่โอกาสเกิดน้อยค่ะ ที่จะเป็นไปได้เช่น เพื่อนด้านบนจะล้มแล้วทิ้งตัวนั่งกระแทกลงไปตรงกระดูกคอเราพอดี หรือเราตัวเล็กแล้วเพื่อนที่นั่งทับน้ำหนักตัวมากกว่าเยอะมาก มองว่าภาวะหมอนรองเคลื่อนกดทับเส้นประสาทมีโอกาสเกิดได้มากกว่าค่ะ

วิธีการบำบัดหากเกิดอาการบาดเจ็บขึ้น
1. หลังจากทำหากมีอาการเจ็บ ยอก ตึง ให้เริ่มจากประคบเย็นบริเวณที่เป็นก่อนเลยครั้งละ 20 นาที ประคบได้บ่อยๆเลยค่ะ ไม่เป็นไร ทายากลุ่มที่ช่วยเรื่องกล้ามเนื้ออักเสบชนิดเย็นบนบริเวณที่บาดเจ็บได้แต่จะไม่กดขยี้นะคะ คลึงเบาๆพอค่ะ งดการยืดหรือขยับบริเวณที่บาดเจ็บนั้นก่อนในช่วง 1-2 วันแรก หลังจากนั้นหากไม่มีอาการบวมร้อน ให้เริ่มประคบร้อนและยืดกล้ามเนื้อเบาๆ เอาแค่พอตึงได้เลยค่ะ
2. ถ้าทำแล้วมีอาการปวดร้าวลงขา เดินตัวเอียง ขาอ่อนแรง หรือปวดคอชาลงแขน เงยคอแล้วแปล๊บเหมือนเข็มแทงลงบ่าไหล่ ให้พบแพทย์เลยค่ะ