กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำในตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังพายุปาบึกพ่นพิษ ทำน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำสูงเฉลี่ยประมาณ 10–30 เซนติเมตร เดินเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำเต็มพิกัด

วันนี้ (5ม.ค.62) ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้(5 ม.ค.62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (5 ม.ค. 62) ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน นั้น

สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังพายุโซนร้อน “ปาบึก” ขึ้นฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้(4 ม.ค.62) ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 10– 30เซนติเมตร กรมชลประทาน ได้ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยใช้เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งไว้เตรียมพร้อมตามจุดต่างๆ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชลดลงอย่างต่อเนื่อง คงเหลือน้ำท่วมขังในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง ในขณะเดียวกัน ฝนที่ตกหนักทำให้ระดับน้ำในคลองท่าดี ที่สถานี X.200 อ.ลานสกา เพิ่มสูงขึ้นในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา วัดระดับสูงสุดได้ +35.65 เมตร(รทก.) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 606 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที) ซึ่งปริมาณน้ำนี้ จะไหลแผ่เข้าสู่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ผ่านคลองสายหลักต่างๆ อาทิ คลองนครน้อย คลองท่าชัก คลองคูพาย คลองสวนหลวง และคลองป่าเหล้า เป็นต้น ส่งผลให้เช้านี้(5 ม.ค. 62)ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เป็นต้นมา แนวโน้มระดับน้ำในคลองต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทาน และเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้เดินเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งตรียมพร้อมไว้แล้วก่อนหน้านี้อย่างเต็มพิกัด เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด คาดการณ์ว่าระดับน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จะสูงสุดตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงของวันนี้(5 ม.ค. 62) หากฝนไม่ตกหนักลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน