ในลิ้นชักความทรงจำ/ยูร เสรีรัตน์ k_yoon_w_c@hotmail.com

กุหลาบ สายประดิษฐ์(ศรีบูรพา) (จบ)

การไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีพ.ศ. 2501 ตามคำเชิญ จนทำให้กุหลาบ สายประดิษฐ์และสุชาติ ภูมิบริรักษ์ ในฐานะเลขาธิการของ“คณะผู้แทน และส่งเสริมวัฒนธรรม” ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีมาเป็นเวลายาวนานับพันปีกำลังขาดสะบั้น จึงเสมือนเป็นการประสานความสัมพันธ์ของสองประเทศ

นอกจากนี้แล้วระหว่างที่กุหลาบ สายประดิษฐ์ ลี้ภัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เขียน และพูดกระจายเสียงออกอากาศ เล่าเรื่องสาธารณรัฐประชาชนจีนและความเป็นอยู่ของคนจีนทางสถานีวิทยุปักกิ่ง(ปัจจุบันคือ สถานีวิทยุซีอาร์ไอ)

ในขณะพำนักอยู่สาธารณรัฐประชาชนจีน กุหลาบ สายประดิษฐ์ได้เข้าร่วมประชุมสากลหลายครั้ง เดือนตุลาคม พ.ศ.2501 เดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนไปร่วมประชุมกลุ่มนักเขียนเอเชีย-แอฟริกา ที่เมืองทาชเคนท์ สหภาพโซเวียต ปีพ.ศ.2507 เป็นหัวหน้าคณะเข้าร่วมประชุมสัมมนา ทางวิทยาศาสตร์ (สาขาสังคมศาสตร์) ที่กรุงปักกิ่ง จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2509 ได้เป็นหัวหน้าคณะเข้าร่วมประชุมกลุ่มนักเขียน เอเชีย-แอฟริกาที่ปักกิ่ง

ศรีบูรพา

สุชาติ ภูมิบริรักษ์ หนึ่งในนักโทษคดี “กบฏสันติภาพ” วัย 87 ปี ยังคงพำนักในกรุงปักกิ่ง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2501 เป็นต้นมา เขาเป็นนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์และนักแปล อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “อิสรภาพ” เมื่อปีพ.ศ.2557 ได้รับ รางวัลสุรินทราชา จากสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย

ผลงานเขียนสำคัญคือ สืบประวัติชาติไทย น่านเจ้า-อาณาจักรของใคร ผลงานที่โดดเด่นในบทบาทของบรรณาธิการคือ ชุมนุมเรื่องสั้นของหลู่ซิ่น ในฐานะมิตรสนิทและมิตรร่วมชายคาที่โรงแรมเหอผิงปินก่วน หรือโรงแรมสันติภาพ ได้เก็บเกี่ยวความทรงจำที่เคยมีโอกาสใช้ชีวิตกับกุหลาบ สายประดิษฐ์อย่างละเอียดลออ สุชาติ ภูมิบริรักษ์ได้กล่าวไว้ว่า...

“ผมจดบันทึกเหตุการณ์ในตอนนั้นไว้เป็นสิบเล่ม และยังเก็บรักษาไว้เช่น เอกสารคำปราศรัยเรื่อง“วรรณคดีสมัยปัจจุบัน” ของ ศรีบูรพา ซึ่งศรีบูรพาใช้สำหรับการบรรยายให้นักศึกษาต่างชาติฟังที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ผมเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 46 ปีแล้ว ต้นฉบับคำปราศรัยนี้พิมพ์ด้วยพิมพ์ดีด ผมเข้าใจว่า ศรีบูรพา เป็นผู้พิมพ์เพื่อเตรียมไปกล่าวคำปราศรัยและมีอยู่ฉบับเดียว...อย่างไรก็ดี ต้นฉบับคำปราศรัยนี้ที่หลงเหลืออยู่ในประเทศจีน และอยู่ในมือส่วนบุคคลคงจะมีแต่ฉบับของผมเท่านั้น

เพื่อนชาวจีนคงไม่กล้าเก็บรักษาไว้ เพราะตลอดเวลาเกือบครึ่งศตวรรษมานี้ ในประเทศจีนมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายครั้ง ที่รุนแรงที่สุดคือ "การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม"เอกสารภาษาต่างประเทศที่อยู่ในมือของส่วนบุคคลในเวลานั้นเป็นเป้าที่จะถูกทำลาย ใครก็คงไม่กล้าเสี่ยงที่จะเก็บรักษาไว้สำหรับผมที่กล้าเก็บรักษาต้นฉบับคำปราศรัยของศรีบูรพาไว้ ก็เพราะแน่ใจว่า เรดการ์ดคงจะไม่มาค้นบ้านผม..."

ชนิด สายประดิษฐ์

ในระหว่างที่กุหลาบ สายประดิษฐ์พำนักอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังคงทำงานเขียนเป็นกิจวัตรตลอดมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีวินัยมาแต่ไหนแต่ไร แต่นอกจากบทกวีชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อ “พลังประชาชน”ที่เขียนส่งไปยังประเทศไทยในชัยชนะของ “พลังประชาชน”เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 แล้ว ก็ไม่มีผลงานใดปรากฏให้เห็น ทั้งที่ในความความจริงแล้ว ผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์ที่เขียนระหว่างพำนักอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น มีไม่น้อยทีเดียว ดังคำให้สัมภาษณ์ของ ชนิด สายประดิษฐ์ ผู้เป็นภรรยา เมื่อปี พ.ศ.2544 ณ บ้านศรีบูรพา ที่ว่า...

“ตอนนั้นไม่ได้เอาผลงานศรีบูรพากลับไทยเลย เอาตัวมาได้ก็ดีแล้ว เพราะทางนี้ ก็กวดขันกัน”

ที่พำนักสุดท้ายในบั้นปลายชีวิตของกุหลาบ สายประดิษฐ์ คือโรงพยาบาลเซียะเหอ กรุงปักกิ่ง จนกระทั่งได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคปอดบวมและเส้นโลหิตหัวใจตีบตัน เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2517 ด้วยวัย 69 ปี 3 เดือน 3 วัน

รัฐบาลจีนได้จัดพิธีศพและฌาปนกิจศพที่สุสานปาเป่าซาน ให้กับกุหลาบ สายประดิษฐ์อย่างสมเกียรติ มีมิตรสหายทั้งชาวไทย ชาวจีน และชาวต่างประเทศไปร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก โจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งพวงหรีดไปแสดงความไว้อาลัยด้วย และชนิด สายประดิษฐ์ได้นำอัฐิกลับคืนสู่แผ่นดินไทย

ศรีบูรพา-ชนิด

กรุณา กุศลาสัย ได้กล่าวไว้อาลัยไว้ในหนังสือ“รำลึกถึงศรีบูรพา-กุหลาบ สายประดิษฐ์” ซึ่งเพื่อนนักโทษการเมืองพ.ศ. 2495-2500 และสหธรรมมิก ได้จัดทำขึ้นเป็นการไว้อาลัยถึงการจากไปในครั้งนั้นเมื่อปีพ.ศ. 2528 ว่า....

“คุณกุหลาบเป็นนักมนุษยธรรมอย่างแท้จริง... ร่างของคุณกุหลาบได้สลายไปแล้วตามกฎของธรรมชาติ แต่อุดมการณ์ และแนวความคิดของคุณกุหลาบจะไม่มีวันสลายตาม ตราบเท่าที่หนังสือไทยยังมีอยู่”

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ได้แสดงปาฐกถาที่สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในวาระครบ 20 ปีแห่งการมรณกรรมของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2537 ตอนหนึ่งว่า...
“นามของกุหลาบนั้นบ่งไปถึงต้นไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอม ดมก็ได้ ชมความงามก็ได้ ใช้ทำยาก็ได้ ใช้ลอยน้ำเพื่อดื่มด้วยความชื่นใจก็ได้ พร้อมกันนั้นกุหลาบก็มีหนามอันแหลมคม พร้อมที่จะทิ่มตำฝ่ายอธรรมและ ฝ่ายเผด็จการ... แม้คุณกุหลาบจะมีคุณค่าในฐานะนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ แต่คุณค่าที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการเป็นสุภาพบุรุษผู้มีมนุษยภาพ...”

ณ วันนี้ชื่อของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้รับยกย่องในฐานะบุคคลดีเด่นของโลกจากองค์การยูเนสโก(Unesco)เมื่อปีพ.ศ.2548 และชื่อ“ศรีบูรพา” ได้กลายเป็นชื่อสาธารณสถานคือ “ถนนศรีบูรพา” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำและก่อเกิด“รางวัลศรีบูรพา” เพื่อเชิดชูเกียรตินักคิด-นักเขียนของไทย ในนามกองทุนศรีบูรพา อันเป็นความทรงจำแห่งความดี งามของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือ “ศรีบูรพา”-นักเขียนและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของไทย

อ่านย้อนหลัง

อ่านต่อนที่ 1 https://siamrath.co.th/n/44710
อ่านตอนที่ 2 https://siamrath.co.th/n/45419
อ่านตอนที่ 3https://siamrath.co.th/n/46335
อ่านตอนที่ 4 https://siamrath.co.th/n/47196
อ่านตอนที่ 5 https://siamrath.co.th/n/47952
อ่านตอนที่ 6 https://siamrath.co.th/n/48765
อ่านตอนที่ 7 https://siamrath.co.th/n/49495
อ่านตอนที่ 8 https://siamrath.co.th/n/49926
อ่านตอนที่ 9 https://siamrath.co.th/n/51013
อ่านตอนที่ 10 https://siamrath.co.th/n/51412
อ่านตอนที่ 11 https://siamrath.co.th/n/52315
อ่านตอนที่ 12 https://siamrath.co.th/n/53316
อ่านตอนที่ 13 https://siamrath.co.th/n/54269
อ่านตอนที่ 14 https://siamrath.co.th/n/55003
อ่านตอนที่ 15 https://siamrath.co.th/n/55582
อ่านตอนที่ 16 https://siamrath.co.th/n/57115
อ่านตอนที่ 17 https://siamrath.co.th/n/58043
อ่านตอนที่ 18 https://siamrath.co.th/n/59098