กรมส่งเสริมการเกษตร แนะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา หากเจอใบข้าวโพดเปลี่ยนสีม่วง ไม่ต้องตกใจ เหตุจากผลกระทบะอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ

วันนี้ (4 ม.ค.62) นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในช่วงระยะนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป รวมทั้ง พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 7.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 101.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในเย็นนี้ (4 ม.ค. 62) ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ (ข้อมูล จากกรมอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 07.00 น.)

หากมีอากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานานๆ และอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ข้าวโพดที่ปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังนา เกิดอาการใบและลำต้นสีม่วง โดยจะแสดงอาการในระยะที่ข้าวโพดเริ่มงอกจนถึงอายุประมาณ 15-20 วัน เพราะอากาศหนาวจะทำให้ธาตุฟอสฟอรัสถูกตรึงและปลดปล่อยให้ข้าวโพดนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อย ส่งผลให้ข้าวโพดชะงักการเจริญเติบโต แต่หากเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ข้าวโพดจะค่อยๆฟื้นตัว กลับมาเจริญเติบโตได้ตามปกติ ทั้งนี้หากเกษตรกรเกิดความกังวลใจแนะนำให้ใช้ปุ๋ยเกร็ด สูตร 15-30-15 อัตราตามคำแนะนำ เพื่อเป็นอาหารเสริม ช่วยลำเลียงธาตุอาหารให้ข้าวโพดได้อีกทางหนึ่ง โดยฉีดพ่นทางใบ ตามช่วงเวลาฉีดพ่นที่เหมาะสมที่ดีที่สุดคือ 16.00 น.-19.00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร ขอให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา อย่ากังวลใจไป กรมส่งเสริมการเกษตรจะคอยส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ อยู่เคียงข้าง หรือหากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่เกษตรอำเภอ/จังหวัด ใกล้บ้านท่าน