กรมปศุสัตว์ ปล่อยขบวนรถบรรทุกถุงยังชีพสัตว์ เตรียมพร้อมรับมือ "ปาบึก" หวังลดความสูญเสียด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงให้น้อยที่สุด พร้อมตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ 24 ชั่วโมง มอบรองอธิบดี เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ รองรับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง

วันนี้ (3 ม.ค.62) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกถุงยังชีพสัตว์ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ "ปาบึก" เป็นการลดความสูญเสียด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงให้น้อยที่สุดโดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ ปศุสัตว์เขต 1 นายสัตวแพทย์บุรินทร์ สรสิทธิ์สุขสกุล ผู้แนวยการกองสารวัตรและกักกัน นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ นางเย็นจิตต์ ทองยงค์ ผู้อำนวยการกองคลัง นายสุรเดช สมิเปรม เลขานุการกรม และข้าราชการในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่มีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุโซนร้อน “ปาบึก” จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีลมแรง ฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักมากบางแห่งนั้น กรมปศุสัตว์ ได้จัดทำและนำแผนเผชิญเหตุเร่งด่วนออกมาใช้สำหรับรับมือพายุโซนร้อน “ปาบึก” โดยในรายละเอียดแผนเผชิญเหตุ ประกอบด้วย การตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือภัยพิบัติ (ด้านปศุสัตว์) หรือ วอร์รูม (War Room) ซึ่งมีผู้อำนวยการส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์เป็นเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ผู้อำนวยการกอง/สำนักในส่วนกลางทุกส่วนเป็นคณะทำงาน และให้เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปกระทั่งเหตุการณ์สงบ เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และให้รายงานสถานการณ์ ทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ให้ตั้งวอร์รูมด้านปศุสัตว์ทุกจังหวัด

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า การจัดเตรียมบุคลากร และเครื่องมือให้มีความพร้อม 24 ชั่วโมง ได้แก่ 1.จุดอพยพสัตว์ในพื้นที่เสี่ยงภัย ประสานอาสาปศุสัตว์และทีมท้องที่เพื่อชี้เป้า พร้อมรับในทุกสถานการณ์ รวม 162 แห่ง 2.หน่วยเคลื่อนที่เร็ว รวม 36 หน่วย พร้อมช่วยด้านการรักษาพยาบาลสัตว์ การอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง การลำเลียงและขนย้ายเสบียงสัตว์ไปให้ความช่วยเหลือ 3.เสบียงสัตว์ รวม 1,200 ตัน ในคลังเสบียงของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ทุกแห่งในพื้นที่ประสบเหตุชั้นใน และอีก 3,200 ตัน ในพื้นที่รอบนอก คน-พาหนะพร้อมในปฏิบัติการ 4.ถุงยังชีพปศุสัตว์ เบื้องต้น 2,100 ชุด ซึ่งแต่ละชุดประกอบด้วย อาหารสัตว์สำเร็จรูป ยาและเวชภัณฑ์ สำหรับการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและให้จัดทำเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอและสามารถใช้ได้อย่างทันท่วงที และ5.เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ในพื้นที่ของปศุสัตว์เขต 7 เขต 8 และเขต 9 เตรียมความพร้อมไว้สูงสุด เพื่อเป็นกำลังเสริมในการประสานกับปศุสัตว์จังหวัด

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทุกหน่วยในพื้นที่เขต 7 เขต 8 และเขต 9 รวม 16 จังหวัด เร่งรัดการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในการป้องกันดูแลปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงของตนเอง หากพบเหตุต้องให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสียหาย โดยมีศูนย์ปฏิบัติการในส่วนกลางที่พร้อมประสานสรรพกำลังและเสบียงอาหารสัตว์พร้อมเวชภัณฑ์สัตว์ ลงพื้นที่ประสบภัยเสริมได้ทันที ทั้งนี้ เป้าหมายเร่งด่วนของภารกิจครั้งนี้คือลดการสูญเสียด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงให้น้อยที่สุด