รูปเงาแห่งเสียง / อติภพ ภัทรเดชไพศาล

การดวลเปียโนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ (จบ)

ดังที่กล่าวไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วว่า ความสำคัญของการประชันเปียโนครั้งนี้คือความแตกต่างระหว่าง “สไตล์การแต่งเพลง” ของเบโธเฟนและโวลฟ์ล์
กล่าวคืองานของเบโธเฟนนั้นเป็นงานที่แปลกใหม่ ฟังยาก และมักได้รับคำติเตียนจากนักวิจารณ์ในสมัยนั้น ขณะที่งานของโวลฟ์ล์นั้นฟังง่าย และเป็นที่ชื่นชอบของสาธารณชนมากกว่า
ดังนั้นในแง่หนึ่ง งานที่ “แปลก ฟังยาก” ของเบโธเฟน จึงเป็นภาพแทนของ “กลุ่มชนชั้นสูงเก่า” ในเวียนนา
ขณะที่ดนตรี “ฟังง่าย” แบบของโวลฟ์ล์จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นภาพแทนของ “ชนชั้นกลางระดับสูง” ที่ต้องการเปรียบประชันรสนิยมกับชนชั้นสูงเดิมนั่นเอง
การประชันไม่ปรากฏผลแพ้ชนะ แต่จากหลักฐานร่วมสมัย เราพบว่านักวิจารณ์จำนวนมากไม่สามารถทำความเข้าใจกับเพลงของเบโธเฟนได้ และมักกล่าวตรงกันว่า
การบรรเลงของโวลฟ์ล์เป็นไปอย่างชัดเจน ฟังง่าย ผิดกับของเบโธเฟนที่ดนตรีเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ลึกลับและมืดหม่น (mysterious and gloomy)
เช่นเดียวกับจดหมายจากผู้อ่านที่ส่งไปยังนิตยสารดนตรีฉบับหนึ่ง ซึ่งกล่าวติเตียนการบรรเลงของเบโธเฟนว่าฟังยาก และคลุมเครือไม่ชัดเจน
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้ Tia DeNora ตั้งข้อสังเกตว่า การประชันเปียโนในครั้งนี้ แท้ที่จริงแล้วจึงเป็นการประชันรสนิยมและเป็นการถกเถียงกันในเรื่องสุนทรียศาสตร์
โดยมีคู่ขัดแย้งคือ
1) “ดนตรีฟังยาก” แบบใหม่ของเบโธเฟน ซึ่งต่อมาจะรับรู้กันในฐานะ “serious music” กับ
2) “ดนตรีที่ฟังง่ายๆ” สำหรับคนทั่วไปและนักดนตรีสมัครเล่นแบบของโวลฟ์ล์

ซึ่งแม้ในการประชันครั้งนั้น อาจดูเหมือนเบโธเฟนเป็นฝ่ายแพ้ แต่การยืนยันรสนิยมของชนชั้นสูงเดิมในดนตรีแบบ “serious music” ได้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในเวียนนา พร้อมกับกระแสแนวคิดแบบโรแมนติค
ส่งผลให้ในช่วงสิบปีต่อมา งานเพลงยากๆ ของเบโธเฟนถูกจัดเป็นเรื่องของอัจฉริยะ
เกิดความนิยมในการฟังเพลงยากๆ อันเป็นเรื่องของชนชั้นสูงซึ่งต้องการสถาปนารสนิยมทางศิลปะที่แตกต่างออกไปจากบุคคลทั่วไปซึ่งมีเพียงรสนิยมฟังเพลงดาดๆ
ถือเป็นการก่อกำเนิดของ serious music และส่งผลให้รูปแบบการรับฟังดนตรีเปลี่ยนแปลงไป
จากที่ก่อนหน้านั้นการฟังดนตรีไม่มีรูปแบบที่ตายตัวแน่นอนและถือเป็นกิจกรรมเพื่อการหย่อนใจ ผู้ฟังอาจเดินไปมา พูดคุยกันได้อย่างเป็นอิสระ
เปลี่ยนเป็นการฟังดนตรีที่ต้องฟังอย่างตั้งใจ เพื่อเป็นการให้เกียรติศิลปิน เกิดการจัดที่นั่งในโรงมหรสพในลักษณะที่ตายตัว
และเกิดขนบว่าด้วยการฟังดนตรีที่จะต้องไม่ส่งเสียงพูดคุย หรือทำเสียงดังรบกวนผู้อื่นอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง