ประมงเฮ!”ฉัตรชัย”มอบของขวัญปีใหม่ให้ชาวประมงสั่งเพิ่มวันออกเรือพาณิชย์ตั้งแต่ 1 ม.ค.62 สำหรับเรืออวนลากเป็น 264 วัน

วันนี้ (28 ธ.ค.61) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในฐานะประธานคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหา การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม(ไอยูยู)ว่า ได้สั่งการให้เพิ่มวันทำประมงให้กับชาวประมงพาณิชย์ สำหรับปีทำการประมง 2561 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.62 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และลดผลกระทบแก่ชาวประมงภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อปริมาณผลผลิตสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงอย่างยั่งยืน เนื่องจากเรือประมงที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมง ไม่ได้ออกทำการประมงหรือขอเพิกถอนใบอนุญาต จึงยังเหลือปริมาณสัตว์น้ำที่ได้จัดสรรไว้แต่ไม่ได้นำมาประโยชน์ ดังนั้น ตั้งแต่ 1 ม.ค.62 ให้กับประมงพาณิชย์ ที่จับสัตว์น้ำในฝั่งอ่าวไทย ที่ใช้เครื่องมือประเภทอวนลาก ปรับเพิ่มวันทำประมงเป็น 264 วัน เพิ่มอีก 24 วันจากเดิม 240 วัน,เรือที่ติดเครื่องมืออวนล้อมจับ เพิ่มวันเป็น 365 วันเพิ่มอีก 125 วัน จากเดิม 240 วัน และเรือติดเครื่องมืออวนล้อมจับปลากระตัก เพิ่มเป็น 365 วัน เพิ่มขึ้น 110 วันจากเดิม 255 วัน และสำหรับเรือประมงที่จับสัตว์น้ำในฝั่งอันดามัน เรื่องเครื่องมือประเภทอวนลาก เพิ่มวันทำประมงเป็น 365 วัน เพิ่มอีก 95 วันจากเดิม 270 วัน,เรือติดเครื่องมืออวนล้อมจับ เพิ่มวันเป็น 365 วันเพิ่มอีก 110 วัน จากเดิม 255 วัน และเรือติดเครื่องมืออวนล้อมจับปลากระตัก เพิ่มเป็น 365 วัน เพิ่มขึ้น 140 วันจากเดิม 225 วัน

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่าวันทำการประมงที่ได้รับการจัดสรรเพิ่มเติมของเรือแต่ละลำจะสามารถดำนินการไม่เกินวันที่ 31 มี.ค.62 โดยจะไม่กระทบกับปริมาณของสัตว์น้ำที่ได้กันไว้ 5% เพื่อความมั่นคงของทรัพยากรตามมติคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ

ด้าน นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้ออกประกาศเรื่องการจัดสรรเพิ่มวันทำการประมงให้ผู้รับใบอนุญาต ทำการประมงพาณิชย์ สำหรับปีงบประมาณ 2561 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61 ดังนี้คือ ด้วยพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2558 กำหนดหลักการในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศโดยการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมและสามารถทำประมงได้อย่างยังยืน โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดและคำนึงถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทางรักษาสมดุลและของระบบนิเวศ

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ นำแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน โดยในปี 2561-25562 นำหลักการป้องกันล่วงหน้าและกำหนดให้การออกใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์จะต้องสอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลผลิตสูงสุดของสัตว์น้ำที่จะทำการประมงได้ โดยได้มีการกันปริมาณของสัตว์น้ำไว้ 5% โดยไม่นำมาจัดสรรให้เรือประมงพาณิชย์ที่มาขอใบอนุญาตประมง

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบวันทำการประมงที่เหลืออยู่ในรอบปี 2561 ซึ่งจะสิ้นสุดปีทำกรประมง ในวันที่ 31 มี.ค.62 พบว่าเรือประมงเพียง 293 ลำ หรือ 5.5% ของเรือทั้งหมด มีวันทำการประมงมีวันทำการประมงคงเหลืออยู่น้อยกว่า 50 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวประมงส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการวันทำประมงที่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้น กรมประมง จึงดำเนินการนำปริมาณสัตว์น้ำที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์มาจัดสรรวันทำประมงเพิ่ม ดังนี้ 1.เรืออวนลากที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ สำหรับฝั่งอ่าวไทย ให้ได้รับวันทำประมงเพิ่ม 24 วัน 2.สำหรับเรือประมงประเภทอวนลาก ที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์สำหรับฝั่งทะเลอันดามัน และเรือประมงพาณิชย์สำหรับเครืองมือประเภทอื่นๆ สำหรับฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน ให้สามารถทำกรประมงได้ถึงวันสิ้นสุดปีการประมง 2561 หรือ 31 มี.ค.62
และ 3.วันทำการประมงที่ได้รับเพิ่มเติม สำหรับเรือประมงแต่ละลำจะเริ่มนับตั้ง แต่ 1 ม.ค.2562 โดยจะปรากฏในระบบฐานข้อมูลการแจ้งเข้าออกของกรมประมง ในขณะที่ที่มีการแจ้งออกโดยชาวประมง ไม่ต้องนำใบอนุญาตทำการประมงมาแก้ไขเพิ่มเติม