ช่วงชีวิตปัจเจกบุคคลหนึ่ง ๆ สรุปได้ว่า เป็นกระบวนการ (Process) แห่งการดิ้นรน “รักษาชีวิต” , “สร้างความเจริญก้าวหน้าและความผาสุก”

“ชีวิตของสังคม” เราก็สามารถสรุปได้ในทำนองเดียวันว่า เป็นกระบวนการแห่งการดิ้นรน สร้างความมั่นคง ความเจริญก้าวหน้า ความผาสุก ในสังคม และจุดสำคัญคือ “รากฐานของความมั่นคงทางสังคมคือ ความยุติธรรม” สังคมใดขาดความยุติธรรม สังคมนั้นไม่มีวันมั่นคง

ความเจริญก้าวหน้าและความผาสุกของปัจเจกบุคคลนั้น แยกไม่ออกจากความมั่นคง ความเจริญ และความผาสุกของสังคมส่วนรวม

ความคิดที่จะแสวงหาความสุขให้ส่วนตัว อย่างไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านร้ายต่อสังคมงคืรวมนั้น ถือเป็นความเชื่อที่ผิด เป็นมิจฉาทิฎฐิ

พลเมืองดีพึงสร้างความสุขของตน พร้อม ๆ กับพยายามสร้างความผาสุก ความดีงาม ให้เกิดขึ้นในสังคมด้วย

และสำหรับบุคคลที่ อุทิศตนสร้างความผาสุก ความดีงามในสังคม มากยิ่งกว่าจะสร้างความสุขเฉพาะตนเอง ก็ควรจะได้รับการยกย่องเป็น “นักอุดมคติ”

อย่างไรก็ตาม “อุดมคติ” รูปธรรมของต่ละบุคคล ก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง

กล่าวเป็นรูปธรรมก็คือ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์สังคมมีหลายทฤษฎี นักอุดมคติแต่ละกลุ่มก็อาจจะเชื่อมั่นในทฤษฎีที่ต่างกัน

และเนื่องจากระบบการศึกษาไทย เดินตามแนวทางของต่างประเทศมานานแล้ว ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์สังคมจึงได้รับอิทธิพลจากนักปราชญ์ชาวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การจะนำทฤษฎีวิทยาศาสตร์สังคม และ/หรือ ความมรู้ ประสบการณ์ จากต่างประเทศ มาใช้สร้างสรรค์สังคมไทยนั้น จึงจำเป็นต้องปรับใช้ให้เหมาะสม สอดคล้อง กับ “เนื้อดิน” คือสภาพความเป็นจริงของระดับพัฒนาการทางสังคมของสังคมไทย ในขณะนั้น ๆ ปราชญ์ไทยท่านเตือนเอาไว้นานแล้วเกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎีทางการเมืองของชาติตะวันตกมาใช้กับประเทศไทยว่า

“ผู้ใดจะเอาตัวอย่างของสังคมอื่นใด มาใช้แก่ประเทศของตน ก็ต้องตั้งทัศนะตามหลักเบื้องต้น แห่งการใช้ความคิดตามวิทยาศาสตร์สังคม คือพิจารณาตัวอย่างนั้นตามสภาพ ท้องที่ กาลสมัยของสังคมอื่นนั้นว่า จะ ประยุกต์ให้เหมาะสมแก่สภาพ ท้องที่ กาลสมัย แห่งสังคมของตนได้หรือไม่” (จากเรื่อง “เราจะต่อต้านเผด็จการอย่างไร” โดย “ปรีดี พนมยงค์”)

เราต้องศึกษา เข้าใจ “สภาพ ท้องที่ กาลสมัยของสังคม ที่ก่อให้เกิด ทฤษฎีนั้น ๆ “ อย่างถ่องแท้ และต้องศึกษา เข้าใจ “สภาพ ท้องที่ กาลสมัยของสังคมไทย ขณะที่จะนำเอาทฤษฎี นั้น ๆ มาใช้” อย่างถ่องแท้ด้วย

ในอดีต ผู้กุมอำนาจรัฐ รวมทั้งภาคประชาสังคมบางส่วนมีจุดอ่อนตรงที่ มักนำทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งมาใช้ในสังคมไทย อย่างไม่เหมาะสมสอดคล้องกับ “สภาพ ท้องที่ กาลเสมัยของสังคมไทย”

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ บางครั้ง / บางพวกก็ขวาจัดเกินไป บางครั้ง / บางพวกก็ซ้ายจัดเกินไป