9 หน่วยงาน ร่วมบูรณาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นบนพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน มุ่งหวังให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน

วันนี้ (27 ธ.ค.61) นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่ง คสช. ที่ 36/2559 และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ระหว่าง 9 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมชลประทาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของ ส.ป.ก. ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือเพื่อบูรณาการแผนงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินพื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36 / 2559 และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ของที่ดิน นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพด้านเกษตรกรรม การจัดสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรมีความมั่งคงจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมภายในไม่เกิน 20 ปี

ด้าน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมอาศัยน้ำฝนและสภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงการดำเนินงานของ ส.ป.ก. เพียงหน่วยงานเดียวในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็น ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้การดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปด้วยความรวดเร็วและให้พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส.ป.ก. จึงขอความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้ง 8 หน่วยงาน ให้มาช่วยกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว ซึ่งทั้ง 9 หน่วยงานจะดำเนินงานตาม MOU ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่และงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน โดย ส.ป.ก. จะดูแลเรื่องการอนุญาตใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน กรมชลประทานจะสนับสนุนงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะให้การสนับสนุนเรื่องการขยายเขตไฟฟ้า กรมทรัพยากรน้ำจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเข้ามาร่วมพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำบาดาล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานจะให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน กรมพัฒนาที่ดินจะช่วยแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับความเหมาสมของสภาพดินและการพัฒนาคุณภาพดิน กรมส่งเสริมการปกครอง

ขณะที่ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในส่วนของกรมชลประทานจะเป็นฝ่ายสนับสนุนงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินฯ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีรายได้ที่มั่นคง