รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ยิ่งใกล้การเลือกตั้งสิ่งที่สังคมมักจะได้พบเจอคงหนีไม่พ้น “การหาเสียง” ซึ่งโดยทั่วไป หมายถึง แสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชน หรือสมาชิกของชุมชน เพื่อได้คะแนนโหวตในการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตามการหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2562 ที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมากนั้น อาจทำให้การ“หาเสียง” สีสันที่จืดชืดลงไปบ้างไม่มากก็น้อย

กติกา “หาเสียง” ปี 2562 ประกอบด้วย มาตรา 69 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์

มาตรา 70 การหาเสียงเลือกตั้งจะกระทําโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด

มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา 83 ให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้เฉพาะในสถานที่ที่คณะกรรมการกําหนด และต้องมีขนาดและจํานวนไม่เกินที่คณะกรรมการกําหนด ขนาดของป้าย ตามเงื่อนไขของกฏหมายการกำหนดขนาดและจำนวนด้วย ประกาศ(โปสเตอร์) มีขนาดไม่เกิน 30x42 ซม.(ขนาดไม่เกิน A3) แผ่นป้าย(คัตเอาท์) มีขนาดไม่เกิน 130x245 ซม. สำหรับโปสเตอร์ที่จะปิดมีจำนวนไม่เกิน 10 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น แต่ละแผ่นป้ายมีจำนวนไม่เกิน 5 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น

วิธีการใช้รถยนต์หรือรถแห่ตามเงื่อนไขของกฏหมาย การใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการหาเสียงให้ติดแผ่นป้ายได้ไม่เกินคันละ 2 แผ่นป้าย โดยมีขนาดและจำนวนไม่เกินขนาดป้ายที่กำหนดและวิ่งหาเสียงเท่านั้น ต้องไม่ดัดแปลงรถยนต์ให้เป็นเวทีใช้หาเสียง โดยการจอดนิ่งเป็นจุดๆ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือ เงื่อนไขบางส่วนเกี่ยวกับการหาเสียงในปี 2562 ซึ่งพิจารณาดูแล้ว ก็คงต้องยอมรับว่ามีข้อจำกัดไม่น้อยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรค์ในการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งในหลายๆ ประเทศก็มีการกำหนดเงื่อนไข

ตัวอย่าง การหาเสียงฉบับ “โมเดลญี่ปุ่น” ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้กําหนดสถานที่กลางในการติดรูป และประวัติผู้สมัคร โดยอนุญาตให้มีรถหาเสียงได้ 1 คัน และมีผู้ติดตามได้ 5 คน พร้อมไมโครโฟน 1 ชุด และต้องไปหาเสียงด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีการแห่ หรือจัดเวทีปราศรัย หรือใช้หัวคะแนนเคาะตามประตูบ้าน

การปิดป้ายหาเสียงนั้น จะไม่มีแผ่นป้ายหาเสียงจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการสิ้นเปลือง ญี่ปุ่นจะมีป้ายที่ปิดหาเสียง ที่ทางการกําหนดไว้โดยเฉพาะ จะไปปิดป้ายตามใจชอบไม่ได้ผิดกฎหมาย ดังนั้น ถ้าอยากทราบว่า ใครสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะต้องไปที่ที่ทาง กกต. กําหนดไว้ เช่น ตามสวนสาธารณะ หรือจุดที่จะมีการลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น นอกจากนั้น กฏหมายการเลือกตั้งของญี่ปุ่นนั้น มีการห้ามการใช้ Internet ระหว่างฤดูกาลการหาเสียง นักการเมืองถูกห้ามเสนอข้อความใดๆ ทางเว็บไซด์ Internet

ระบบนี้จะทําให้ไม่มีการหาเสียงที่วุ่นวาย ไม่ต้องใช้จ่ายเงินจํานวนมาก เป็นการสร้างความเท่าเทียมให้ผู้สมัครซึ่งเสียค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งน้อยที่สุด

ขณะที่ “ฟินแลนด์” ห้ามแจกกาแฟในการหาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากในปี 2558 ฟินแลนด์จะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยปกติบรรดาพรรคการเมืองที่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งมีธรรมเนียมในการแจกเครื่องดื่มกาแฟร้อนเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ธรรมเนียมดังกล่าวได้ถูกระงับลงแล้วในกรุงเฮลซิงกิ โดยตัวแทนกลุ่มที่มีหน้าที่กำกับดูแลตลาดนัดในเมืองหลวงแห่งนี้ระบุว่า ธรรมเนียมดังกล่าวไม่ยุติธรรมต่อบรรดาผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการขายกาแฟ

อย่างไรก็ตาม หลังการสั่งห้ามแจกกาแฟฟรี บรรดาพรรคการเมืองต่างคิดหาวิธีใหม่ในการหาเสียง โดยการเปลี่ยนมาใช้วิธีแจกน้ำผลไม้ร้อนแทน บางพรรคใช้วิธีแจกทั้งน้ำผลไม้และขนมหวาน นอกจากนั้น ในเมืองทัมเพียเร ทางตอนเหนือของกรุงเฮลซิงกิ นักการเมืองใช้วิธีแจกไส้กรอกดำ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อประจำถิ่นทำจากเนื้อหมูและเลือดหมูและมักทานคู่กับแยมผลไม้

การหาเสียงด้วยวิธีเหล่านี้ แม้จะถูกสั่งห้ามในสหราชอาณาจักร แต่ธรรมเนียมนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศแถบยุโรป โดยเมื่อในปี 2556 พรรคการเมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเช็ก หาเสียงด้วย การแจกถุงที่บรรจุแยมแอปริคอตและโดนัทให้แก่ผู้สัญจรตามสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงปราก

นี่คือ ภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่าในแต่ละประเทศมีกฏเกณฑ์ และวิธีการในการหาเสียง ที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่ว่ากฏเกณฑ์ของการหาเสียงจะมีความเข้มงวดหรือผ่อนปรน แต่พรรคการเมืองต่างก็มีบทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ต่างๆ เพื่อประคับประคองให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

เลือกตั้ง ปี 2562 แม้พรรคการเมืองอาจจะต้องประสบปัญหากับรูปแบบการหาเสียงที่ไม่คุ้นเคย และมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก แต่ถ้าทุกพรรคการเมืองมุ่งหาเสียงขับเคลื่อนการเมือง โดยไม่มองว่าพรรคการเมืองอื่นๆ เป็นศัตรู...ไม่มองว่าหาเสียงเพื่อให้ได้ชัยชนะ หรือมุ่งจะเอาชนะเป็นตัวตั้ง รวมถึงยึดอุดมการณ์ในการทำให้ประเทศรุ่งเรือง โดยการหาเสียงด้วยการสื่อสารด้วยความจริงใจต่อประชาชนอย่างแท้จริง...

เชื่อว่า การหาเสียงให้ “โดนใจ” ในการเลือกตั้ง 2562 ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดแน่นอน...!!