ความเปลี่ยนแปลงวิถีการทำมาหากินเลี้ยงชีวิตของผู้คนที่เกิดขึ้นในสังคมประเทศทุนนิยมศูนย์กลาง เช่น สหรัฐอเมริกา , ยุโรป , ญี่ปุ่น เป็นสิ่งบอกเตือนให้สังคมไทยตระเตรียมปรับตัวรับมือ

มีผลการศึกษาวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงในด้านอาชีพการทำมาหากินในประเทศสหรัฐอเมริกา (ข้อมูลจาก businessinsider) พบว่ามีสิบห้าอาชีพที่มีแนวโน้มว่าจะสูญหายไปในอนาคต หนึ่งในสิบห้าอาชีพนั้นคือเกษตรกร เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ หรือ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าทางการเกษตร เนื่องจากที่ดิน เครื่องจักร เมล็ดพันธุ์ และสารเคมีทางการเกษตร ที่ “ทุนใหญ่” ผูกขาดอยู่ จะมีราคาสูงขึ้น ดังนั้นในอนาคตจึงจะเหลือแต่เกษตรกรที่มีเงินทุนมากจึงจะสามารถซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำเกษตรกรรมได้อย่างไม่ติดขัด

อาชีพเกษตรกรในอเมริกาจะเป็นของ “ทุนใหญ่” เท่านั้น เกษตรกรรายย่อยของอเมริกาจะค่อย ๆ หมดไป ทิศทางของระบบทุนนิยมโลกเป็นเช่นนี้ แล้วประเทศไทยจะวางแผนยุทธศาสตร์ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในไทยกันอย่างไรดี ?

ชนชั้นนำยุคก่อน คสช. คิด “ยุทธศาสตร์สมาร์ทฟาร์มเมอร์ - เกษตรกรรอบรู้” ชนชั้นนำยุค คสช. คิด “ยุทธศาสตร์ฟาร์มใหญ่” + ประชารัฐ

การทำฟาร์มใหญ่ก็เพื่อแก้ปัญหาเหมือนกับที่เกษตรกรอเมริกันกำลังเผชิญ และนักวิเคระห์เห็นว่าอาชีพเกษตรกรจะหมดไป

นั่นคือ “ที่ดิน เครื่องจักร เมล็ดพันธุ์ และสารเคมีทางการเกษตร มีราคาสูงขึ้น ดังนั้นเกษตรที่มีเงินทุนมากเท่านั้นจึงจะสามารถซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำเกษตรกรรมได้อย่างไม่ติดขัด”

ฟาร์มใหญ่นำพื้นที่ของเกษตรกรรายย่อยมารวมกัน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีชั้นสูง สามารถประหยัดต้นทุน

ฟาร์มใหญ่ให้เกษตรกรรวมตัวกันทำงาน เพื่อจะได้มีข้อมูลความรู้ ทำเกษตรอย่างรอบรู้ วางแผนการตลาดอย่างรอบรู้

แต่ฟาร์มใหญ่-ประชารัฐ จะแก้ไขจุดอ่อนของ “สหกรณ์” ได้อย่างไร ?

สหกรณ์นั้นเป็นระบบการบริหารที่เป็นประชาธิปไตย ใครรวบรวมสมาชิกมาลงคะแนนเลือกตั้งสนับสนุนตนให้เป็นผู้บริหารได้มากคือชนะเลือกตั้ง ก็ได้เป็นผู้บริหาร แล้วจะฉ้อโกงกันอย่างไรก็ทำได้ง่ายมาก กว่าจะฟ้องร้องให้ศาลตัดสินสิ้นสุด ก็ใช้เวลานานปี ผู้เสียหายก็มักจะไม่ได้การชดเชยให้คุ้ม โดยเฉพาะสหกรณ์ประเภท สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ฌาปนกิจสงเคระห์

ส่วนสหกรณ์การผลิตนั้น จุดอ่อนก็อยู่ที่มักจะมีการควบคุมจากบนลงล่างไม่ต่างจากระบบราชการ

ประเด็นนี้มิใช่ว่าเราต่อต้าน “ประชารัฐ” เพียงแต่เขียนเตือนจากประสบการณ์ที่เห็นมานานเกี่ยวกับคามล้มเหลวของระบอบสหกรณ์

แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของ “รัฐไทย” ทุกสมัย จะเดินตามแนวทางของนักวิชาการเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก นั่นคือมุ่งสร้างความเจริญให้ประเทศเป็นแบบ “ประเทศทุนนิยมศูนย์กลาง”

แม้ว่าจะเห็นกันแล้วว่า เกิดปัญหาภายในประเทศทุนนิยมศูนย์กลางมากมาย ประเทศไทยควรสรุปบทเรียน ป้องกันและแก้ไข มิให้ซ้ำรอยเขา ดังนั้นปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นในประเทศทุนนิยมศูนย์กลาง ที่มันเป็นตัวอย่างว่า จะมีคนจำนวนมากเดือดร้อน (พลเมืองไทยที่เป็นเกษตรกรรายย่อยมีจำนวนมาก) เช่นกรณีที่ว่า เกษตรกรรายย่อยในสหรัฐอเมริกาจะเอมโทรมลง ประเทศไทยก็ควรจะคิด้องกัน แก้ไข ไว้เสียก่อน