วันนี้ (24 ธ.ค. 61) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางข้ามไปยังเกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนบนเกาะ โดยมีดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เกาะเกร็ด เป็นที่ตั้งของ ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีขนาดพื้นที่ประมาณ 4.2 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,625 ไร่ มีความยาวโดยรอบเกาะประมาณ 9-10 กิโลเมตร ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบต่ำ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา มีความเสี่ยงต่อสภาวะน้ำท่วมถึงเกือบทุกปี และด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นดินเหนียวอุ้มน้ำ มีความเหมาะสมแก่การทำเกษตรกรรม จึงมีการทำสวนผลไม้ และไม้ยืนต้น โดยทั่วไป ได้แก่ กล้วย มะม่วง มะพร้าว ส้มโอ และทุเรียน ด้วยบริเวณกลางเกาะมีระดับสูงกว่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา คูคลองต่างๆ มีสภาพตื้นเขิน นอกจากนั้น ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูแล้ง จะมีระดับค่อนข้างต่ำทำให้มีปัญหาอุปสรรคในการดึงน้ำเข้าสู่พื้นที่ ส่งผลให้เกิดสภาวะความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในการเกษตร

ทั้งนี้ สภาวะน้ำท่วมพื้นที่เกาะเกร็ด เกิดจากอิทธิพลหลักๆ 2 ประการ คือ ปริมาณน้ำหลากในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และสภาวะน้ำทะเลหนุน น้ำขึ้น-น้ำลง ระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณริมเกาะ เมื่อมีปริมาณน้ำไหลผ่านในเกณฑ์ 2,500 ลบ.ม./วินาที ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน จะส่งผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำรอบเกาะ และในจังหวะที่น้ำทะเลหนุนสูง จะมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 30 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่ด้านใน(ตอนกลางของเกาะ) ระดับน้ำจะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ +2.20 ถึง + 2.30 ม.รทก. ราษฎรจะทำคันดินล้อมรอบชุมชน และพื้นที่เกษตรเป็นแห่งๆ โดยมีระดับหลังคันประมาณ +2.50 ถึง + 3.50 ม.รทก.

กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานนนทบุรี ได้ดำเนินการเฝ้าระวังอุทกภัยในพื้นที่เกาะเกร็ด โดยใช้ข้อมูลระบบสารสนเทศของกรมชลประทาน และหน่วยงานต่างๆที่ทำการวัดค่าระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำแบบทันท่วงที (Real Time) พร้อมกับประสานไปยังอำเภอปากเกร็ด และองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน สถานีตรวจวัดบางไทร รวมไปถึงการพยากรณ์ระดับน้ำขึ้นลงแบบรายเดือนของกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ การพยากรณ์ระดับน้ำขึ้นลงแบบรายวันของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการคาดการณ์ในเบื้องต้น ให้ทราบทุกระยะผ่านช่องทางการสื่อสารสังคมออนไลน์ด้วย Application LINE

สำหรับแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เกาะเกร็ดนั้น จากการพิจารณาเบื้องต้น มีแนวทางที่เหมาะสม คือ การก่อสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วมล้อมรอบเกาะ พร้อมทางสัญจร รวมทั้งการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ บริเวณปากคลองทุกสาย ซึ่งกำแพงควรมีความสูงเพียงพอต่อการป้องกันน้ำท่วมรอบ 25 ปี (ประมาณ 3,000 ลบ.ม./วินาที) ซึ่งจะทำให้กำแพงกั้นน้ำมีความสูงจากระดับดินเดิม 1-1.2 เมตร ทั้งนี้ อาจจะกระทบต่อสภาพภูมิทัศน์ และวิถีชุมชน ซึ่งต้องมีการสร้างกระบวนการรับฟังข้อคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ต่อไป โดยในส่วนของพื้นที่สำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยงการบดบังทัศนียภาพ เช่น วัดโบราณสถาน อาจพิจารณาสร้างกำแพงแนวป้องกันแบบถอดประกอบได้ เช่นเดียวกับกรณีของวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา