“พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสีย ตำลึงทอง” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต หมายความว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นิ่งเสียดีกว่า

ในอดีตผู้นำที่มาจากทหาร มีวิธีรับมือกับผู้สื่อข่าวในการตอบคำถามที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ บุคคลิกเยือกเย็น เมื่อคำถามใดไม่อยากตอบก็จะยิ้มหรือร้องเพลงไปเลย และเมื่อเจอคำถามที่อ่อนไหวมากๆ ก็เลี่ยงที่จะตอบโดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “กลับบ้านเถอะลูก”

ไม่ใช่เฉพาะผู้สื่อข่าว แต่กับบรรดาส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร จะอภิปายไม่ไว้วางใจอย่างไร ท่านก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร

พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ที่บุคคลิกเป็นกันเองกับผู้สื่อข่าว ทำตัวสบายๆ และมักจะพูดติดปากว่า “No Problem” ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน ให้สบายใจและเกิดควมเชื่อมั่น อาจไม่มีปัญหาจริงๆ หรือมีปัญหาแต่รัฐบาลสามารถแก้ไขได้ จนศิลปินคาบาวนำมาแต่งเพลงล้อการเมืองชื่อว่า “โนพลอมแพลม”

ส่วนพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นั้น ก็มีความเป็นกันเองกับผู้สื่อข่าวและมีอารมณ์ขัน ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำเกิดกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ชวลิตออกมาตอบโต้ว่า “พวกมันไม่ประสงค์ดีต่อประเทศ” เมื่อนักข่าวไปถามว่า “มัน”ในที่นี้หมายถึงใคร พล.อ.ชวลิต ก็เลี่ยงตอบโดยบอกว่า “มันคือโปเตโต้”

เมื่อย้อนไปดูเส้นทางของ 3 นายพลมีเพียงท่านเดียวคือ พล.อ.เปรมที่สามารถบริหารประเทศยาวนานได้ถึง 8 ปี โดยเจ้าตัวต้องเอ่ยวลีอมตะออกมาว่า “ผมพอแล้ว”

ในขณะที่พล.อ.ชาติชายนั้นอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ 3 ปีก็ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือรสช.ยึดอำนาจ และพล.อ.ชวลิตดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง 1 ปีต้องลาออกจากปัญหาวิกฤติการณ์ค่าเงินบาท

สำหรับผู้นำคนปัจจุบันนั้นเป็นทหารเช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บุคคลิกโผงผาง สวนได้สวนทันที โดยมักจะตอบโต้นักการเมืองและสื่อด้วยความเกรี้ยวกราด ที่บางฝ่ายก็ไม่เห็นด้วยกับท่าทีเช่นนี้ และต้องการให้งดการให้สัมภาษณ์กับสื่อ ขณะที่บางฝ่ายกลับเห็นว่าท่าทีเช่นนี้สะท้อนถึงความจริงใจ และถูกใจชาวบ้านทำให้คะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ ยังเหนือกว่านักการเมืองที่เป็นแคนดิเดตนายกฯหลายคน

กระนั้น แม้จะบริหารประเทศมาแล้ว 4 ปีกว่า ด้วยเครื่องมือพิเศษ มาตรา 44 แต่ในห้วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งและการมีรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย และในบรรยากาศปลดล็อกทางการเมือง ที่ทำให้นักการเมืองเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเผชิญกับลูกล่อลูกชนของนักการเมืองในประเด็นต่างๆ

กระทั่งก่อนหน้านี้ ปมเหตุเรื่องบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีชื่อพรรคและโลกโก้พรรค เป็นชนวนให้ พล.อ.ประยุทธ์หลุดกล่าวคำผรุสวาทออกมา

อย่างไรก็ตาม จากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องรับมือกับนักการเมืองและตอบคำถามสื่อ ที่อาจจะมีผลต่อคะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคการเมืองที่เชื้อเชิญพล.อ.ประยุทธ์ไปนั่งอยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีในอนาคต

ทำให้ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่าต้องระมัดระวังการพูดของตนเอง เพราะบางเรื่องนิ่งเสียยังดีกว่า ยิ่งพูดสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามอาจได้ประโยชน์