ศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล

เหลืออีกเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นเราก็จะข้ามปีพ.ศ.2561 ปีจอ เข้าสู่ปีพ.ศ.2562 ปีกุนกันแล้ว หรือจะมี “การสวัสดีปีใหม่” กันอีกครั้ง เรียกว่า “วันเวลาผ่านไปเหมือนติดปีก” ช่วงรวดเร็วเหลือเกินหนึ่งปีผ่านไป!

ในขณะเดียวกัน “ปี่กลองการเมือง” ก็เริ่มต้นกันเรียบร้อยแล้วด้วยการ “ปลดล็อคทางการเมือง” และจะ “ปลดล็อค” ด้วยการออก “กฎหมายหาเสียง” ทั้งนี้ แต่ละพรรคการเมืองก็เริ่มเดินสายหาเสียงกันเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง ซึ่งอดีตเคยอยู่ค่ายเดียวกัน แต่ปัจจุบันต่างย้ายสลับค่ายกันจนต้องออกมาโจมตีฝีไม้ลายมือการทำงานว่า “ไม่ได้เรื่อง!” หรือกล่าวอย่างภาษาชาวบ้านว่า “สาดโคลน!” กันเลยทีเดียว!

อย่างไรก็ตามนักการเมืองบางคนก็ไม่ค่อยสนใจ “วิธี-วิถี” ของนักการเมืองสไตล์แบบนั้นยังคนเดินสาย พร้อมมีกำหนดตำแหน่งตัวเองกันเสร็จสรรพว่าจะดำรงตำแหน่งกระทรวงใด พร้อมทั้งจะซื้ออุปกรณ์อะไรบ้าง ว่าไปแล้วในทางการเมืองหรือเชิงรัฐศาสตร์แล้ว “ไม่น่าจะใจร้อนในการเดินเกมส์การเมืองเร็วเพียงนั้น!” น่าจะกำหนดกิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะ “นโยบายในการบริหารชาติบ้านเมือง” ซึ่งพรรคใหญ่ได้กำหนดนโยบายหลักๆ กันเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ประชาชนยังอาจเข้าไม่ถึงหรืออาจยังไม่ได้รับข้อมูล โดยคงจะได้เริ่มเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนได้รับทราบอย่างรวดเร็วและมากยิ่งขึ้นในเร็ววัน

การที่บรรดาพรรคการเมืองโดยเฉพาะ “บรรยากาศทางการเมือง” จากหลังปีใหม่ไปแล้วที่จะมีเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้ง คงจะคึกคักกันน่าดู ที่แต่ละพรรคคงจะรณรงค์หาเสียง ติดโปสเตอร์ ตั้งเวทีหาเสียงกันทั่วประเทศ ถามว่า “ภาพเดิมๆ ของบรรยากาศการเมืองจะกลับมาอีกหรือไม่?” คำตอบก็คือ “แน่นอนคงเหมือนเดิมอย่างหนีไม่พ้น!” เนื่องด้วย “วัฒนธรรรมและบรรยากาศการเมืองในเอเชียจะเป็นเช่นนั้น” ซึ่งแตกต่างจากบรรยากาศในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา หรือในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป

ผมเคยเดินทางไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน แทบจะไม่เห็นแผ่นโปสเตอร์ขนาดใหญ่เลย หรือรูปแผ่นหน้าของผู้สมัครตามเสาไฟฟ้า จะมีแต่ข่าวของผู้สมัครที่เดินสานหาเสียงตามจุดต่างๆ และการวิเคราะห์พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกับ “การอภิปราย-การซักถาม” ของผู้ดำเนินรายการทางสถานีโทรทัศน์ถึง “นโยบาย” และ “วิสัยทัศน์” ว่า “จะบริหารประเทศชาติอย่างไร” โดยเฉพาะ “ม๊อตโต้” อย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ใช้คำว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” หรือ “AMERICA FIRST” หรือ “เปลี่ยน (CHANGE)” ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

เพราะฉะนั้น “นโยบาย” กับ “แนวคิด-วิสัยทัศน์” จึงจำเป็นอย่างมากที่พี่น้องประชาชนคนไทยต้องตระหนักให้ได้ว่า พรรคไหนมีความสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ มิใช่ “ขายฝัน” เท่านั้น เนื่องด้วยบางพรรคการเมืองมักจะ “ขายฝัน” ว่าจะทำโน่นทำนี่ แต่พอเข้ามาบริหารประเทศแล้ว มักจะทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง จนในที่สุดก็จะลืมกันคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยจะมุ่งไปที่ “โครงการกับการลงทุนเพื่อประโยชน์ของพรรคตนเอง” จนอาจเลยเถิดไปจนถึง “การทุจริตคดโกง” แบบ “ทุจริตเชิงนโยบาย” ทั้งนี้ “ระบบการตรวจสอบ” ที่จำต้องมีหลากหลายหน่วยงานที่ต้องคอยตรวจสอบแบบละเอียดยิบ อาทิ “ปปช.-ปปง.-ปปท.-สตง.” จนกระทั่ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)” และอีกหลากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงแต่ละกระทรวงที่ต้องช่วยเฝ้าจับตามองบรรดารัฐมนตรีของตนเอง ในการช่วยกลั่นกรองและพิจารณาแต่ละโครงการที่ถูกนำเสนอมาด้วย “การตรวจสอบ” เพื่อ “ความโปร่งใส” และ “ธรรมาภิบาล”

เหตุผลสำคัญเนื่องด้วย “รัฐธรรมนูญปี 2560” นี้ถูกตั้งฉายาว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกง” ซึ่งเราประชาชนคนไทยต้องตระหนักว่า บ้านเมืองเรานั้นล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด 86 ปี โดยมีการยึดอำนาจมาแล้ว 13 ครั้ง เหตุผลเพราะ “การฉ้อราษฎร์บังหลวง” แทบทุกครั้ง

ดังนั้น การเลือกตั้งในครั้งนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเลือกบัตรเลือกตั้งที่มีหมายเลขผู้สมัคร ชื่อและโลโก้พรรค โดยที่ประชุมมีเหตุผลว่าต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นหลัก และตามคำเรียกร้องของประชาชนและความเข้าใจ และสำนักงานสามารถบริหารจัดการเรื่องการพิมพ์แยกเป็นรายเขตทั้ง 350 เขต ซึ่งทางสำนักงานได้มีการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วได้รับการยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ทั้งเรื่องการพิมพ์ การขนส่ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่าสามารถทำได้ ขณะที่โรงพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์พบว่ามีศักยภาพหลายแห่งแต่จะไม่เลือกทั้งหมด จะจำกัดจำนวนเพื่อป้องกันในเรื่องของการปลอมแปลง โดยการจัดพิมพ์จะต้องรอการปิดรับสมัครก่อนและดูว่าแต่ละเขตมีผู้สมัครกี่คนกี่พรรค โดยขนาดบัตรจะเท่ากันทุกเขต คือขนาด A4 และคาดว่าเขตที่จะมีผู้สมัครมากที่สุดน่าจะไม่เกิน 30 พรรคการเมือง หรือหากเกินกว่านั้น ขนาดของช่องและตัวอักษรก็อาจจะเล็กกว่านั้น

เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงป้ายหาเสียงว่า มีการประชุมหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธันวาคม ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง การติดป้ายหาเสียงและการหาเสียงทางสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งในเรื่องป้ายยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะให้ติดรูปใครได้บ้าง แต่ในส่วนของข้อความให้มีได้เท่าที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม กระบวนการขั้นตอนในการจัดการการเลือกตั้งนั้น เป็นกิจกรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น แต่นี้เป็นต้นไป ซึ่งต้องจัดการให้อย่างมี “ประสิทธิภาพและประหยัด” ที่สุด เพื่อ “ประสิทธิผลของประชาธิปไตย” ทั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิด “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ...ทั้งนี้ ผมหวังไว้อย่างนั้นครับ!