‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’ หรือ sustainable development เป็น “คำนิยม” ที่นักวาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองจำเป็นต้องใส่เอาไว้เสมอ แต่ผู้กุมอำนาจรัฐก็มักจะลืมไปเสมอเช่นกัน

เพราะองค์ประกอบที่สำคัญของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ก็คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน

การพัฒนาที่ยั่งยืนก็ถูกชูเป็นเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วยเช่นกัน โดยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่อยู่ในยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีตัวชี้วัดดังต่อไปนี้

พื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ ได้แก่ ป่าธรรมชาติร้อยละ 35 พื้นที่สวนป่าใช้ประโยชน์ร้อยละ 15 และพื้นที่สาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจร้อยละ 5
พื้นที่เขาหัวโล้น หาดท่องเที่ยวและแนวปะการัง แม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติได้รับการฟื้นฟูดูแลรักษา น้ำเสียได้รับการบำบัด และขยะมูลฝอยได้รับการกำจัดอย่างถูกสุขอนามัย ปริมาณฝนขนาดเล็กในบรรยากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล

ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยลดลงอย่างน้อย ร้อยละ 20 จากกรณีปกติ มูลค่าเศรษฐกิจฐานชีวภาพเพิ่มขึ้น ระบบการจัดการเชิงคุณภาพของภาคการท่องเที่ยว ระบบจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำ ความมั่นคงน้ำในทุกมิติเพิ่มขึ้นให้ได้ร้อยละ 80

กระบวนทัศน์ แนวคิด และพฤติกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ความรู้และศักยภาพที่พึงประสงค์ของทุกภาคส่วนพัฒนาดีขึ้น การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ระบบธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมเกิดขึ้น โครงการสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในการกำหนดอนาคตประเทศ

แต่ทว่าตัวชี้วัดข้างต้นส่วนใหญ่ (ไม่นับเป้าหมายพื้นที่สีเขียว และการลดก๊าซเรือนกระจก) ยังมีความเป็นนามธรรมสูง ไม่ชัดเจนเพียงพอ โดยเฉพาะข้อสุดท้ายที่สำคัญมากแต่ยังไม่มีมาตรการรูปธรรมที่เป็นรูปธรรม

หรือแม้กระทั่งปัญหาขยะของทุกเมือง ซึ่ง คสช. เคยจัดเป็นปัญหาสำคัญชุดแรก ๆ เมื่อครั้งทำรัฐประหารใหม่ ๆ ก็ยังไม่มีมาตรการรูปธรรมว่าจะจัดการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรมอย่างไร

หรือเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมือง (เนื่องจากสภาพดล้อมเสื่อมสภาพ) เช่นเรื่องปัญหาน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งประเมนงบประมาณที่จะใช้แก้ปัญหาไว้สูงถึงเก้าพันกว่าล้านบาท จะมีรูปธรรมเป็นอย่างไร จะได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนหรือไม่ ?

ดัชนีชี้วัด พูดถึง “การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ระบบธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมเกิดขึ้น” แต่ยังมิได้ระบุยุทธศาสตร์ใดๆ ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมิได้สะท้อนรูปธรรมของ ‘การมีส่วนร่วม’ ในการดูแลสิ่งแวดล้อมซึ่งมีตัวอย่างและกรณีศึกษามากมายแล้วในประเทศไทย กลับยังมิได้รับการปฏิบัติอย่างแท้จริงจากหน่วยราชการและรัฐบาล

เราจึงห่วงว่า ถ้อยคำในยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปีนั้นดูสวยงามมาก

แต่ยังสงสัยว่า ผู้ปฏิบัติคือระบบราชการ จะเข้าใจแก่นวิญญาณนั้นหรือไม่ ?