ปัญหาดินเสื่อมโทรมและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มาจากฝีมือมนุษย์ทั้งจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการเผาหน้าดิน การใช้ปุ๋ยเคมี และการปลูกพืชที่ไม่เหมาะสมกับสภาพดิน นำมาซึ่งปัญหาระยะยาวที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับดินและผลผลิตทางการเกษตร

กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทอย่างมากในกระบวนการทางภาคเกษตรและถือเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่จะต้องเข้าไปเตรียมความพร้อมก่อนทำการเพาะปลูก เช่น การปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน รวมถึงการวางระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนให้ความรู้ในการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และสารไล่แมลง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ พด. สูตรต่างๆ

ไม่เพียงแค่เกษตรกรเท่านั้นที่จะได้รับความรู้ในเรื่องของการพัฒนาที่ดิน แต่ยังต่อยอดไปถึงบุตรหลานของเกษตรกรด้วย โดยผ่านโครงการหมอดินน้อยหรือยุวหมอดินในโรงเรียน ที่กรมพัฒนาที่ดินได้ส่งเสริมและสนับสนุน ซึ่งมุ่งเน้นในกลุ่มของเด็กและเยาวชนที่จะได้รับรู้เรื่องราวของทรัพยากรดินอย่างเข้าถึงในรูปแบบเชิงวิทยาศาสตร์ที่จะเข้าใจง่าย รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพื้นฐานการเกษตร การพัฒนาดินอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังหวังให้นำเอาความรู้ขยายผลไปสู่ครอบครัวและชุมชนของตนเอง

นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า โครงการหมอดินน้อยในโรงเรียน เป็นโครงการสำคัญที่กรมฯ ต้องการปลูกฝังด้านการเกษตรให้กับเด็กและเยาวชนรักในอาชีพเกษตรกรรม โดยร่วมกับโรงเรียนในชนบท โรงเรียนที่อยู่ในโครงการพระราชดำริ หรือโรงเรียน ตชด. ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานของเกษตรกร และจะคลุกคลีอยู่กับการเกษตรอยู่แล้ว กรมฯจึงร่วมกับโรงเรียนแต่ละแห่งทำโครงการหมอดินน้อย โดยจะมีกิจกรรมให้เด็กนักเรียนทำ เริ่มจากการสอนให้รู้จักดิน รวมถึงการทำปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพ เพื่อให้นำไปใช้กับแปลงเพาะปลูก ซึ่งบางโรงเรียนอาจทำในระบบสหกรณ์ กล่าวคือ ปลูกแล้วนำไปจำหน่ายให้กับโรงอาหารและเพื่อนำรายได้เข้าสู่ระบบของสหกรณ์ นอกจากนี้ยังให้ผู้ปกครองของนักเรียนบางแห่ง เข้ามาเรียนรู้กับนักเรียนด้วย

สำหรับโรงเรียนบ้านทุ่งหลวง และโรงเรียนบ้านหนองเต่า อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้ส่งหมอดินอาสาและเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมฯเข้าไปอบรมนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยอบรมทบทวนความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ พด. ต่างๆ การปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน การปลูกหญ้าแฝกในที่ลาดชัน เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และได้ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการทำน้ำหมักชีวภาพ พด.2 และการทำสารขับไล่แมลง พด.7 รวมถึงให้นักเรียนทดลองปลูกผักสลัดในโรงเรือน และนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้พ่น เพื่อเป็นการให้อาหารทางใบ

“อยากให้เด็กๆ เหล่านี้ เห็นถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรดิน รู้จักการคืนชีวิตให้กับดิน โดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตเองลงไปในดิน เด็กๆก็จะได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของดินที่เขาเข้าไปปรับปรุงว่าดินดีขึ้นอย่างไร ซึ่งเราได้น้อมนำศาสตร์พระราชาในเรื่องของการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน คืนชีวิตให้กับดิน ชีวิตเราก็จะมีความสุข”

เด็กชายธีรภัทร ชิรมย์พนาราม นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยตอง เล่าว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการฯได้รับความรู้ขั้นพื้นฐานด้านการทำน้ำหมักชีภาพเพื่อนำไปใช้ในโรงเรือนและที่บ้านตนเอง ทั้งเป็นการทำเกษตรแบบอินทรีย์ แทนการใช้เคมีที่เราทำกันมาเนิ่นนาน ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยจะใช้เวลาในช่วงวันอังคารช่วงบ่ายเรียนรู้และปฏิบัติ ยกตัวอย่างสิ่งที่เรียนรู้คือ การนำผัก 10 ชนิด ผสมกับสารพด. 2 และกากน้ำตาล เป็นต้น จากระยะเวลา 4-5 เดือนที่เข้าอบรมและนำมาปฏิบัติจริงทำให้มีรายได้จากการขายผักประมาณหมื่นบาท

นับว่าโครงการดังกล่าว เป็นการปลูกฝังความรักในอาชีพเกษตรกรรมให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้สานต่ออาชีพนี้ให้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป