"กฤษฏา” ปลื้มดันราคาน้ำยางสดขึ้นกก.ละ 38 บาท ปัดข่าวลือจำกัดส่งออกยางต้นปีหน้า ชี้เอกชนผลิตล้อยางรถยี่ห้อดัง แห่ร่วมโครงการช้อปช่วยชาติ ประชาชนช้อปได้ 1 พันกว่าสาขาทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.61 นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้แจ้งถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และทูตเกษตรประจำต่างประเทศทุกแห่ง ตามที่มีข่าวลือว่าประเทศไทยจะเข้าร่วมในมาตรการจำกัดการส่งออกยางพารา(AETS)ในช่วงต้นปี 2562 นั้น ขอยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯและการยางแห่งประเทศไทย ยังไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการในเรื่องการจำกัดการส่งออกยางพารา(AETS)ในช่วงต้นปี2562 หรือเวลาอื่นๆ แต่อย่างใด รวมทั้งรัฐบาลได้เร่งรัดหลายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางพารา ที่เดือดร้อนจากปัญหาราคายางพาราต่ำ ล่าสุดส่งผลให้ราคาน้ำยางสดปรับตัวขึ้นกก.ละ 38 บาทแล้ว ซึ่งทางกยท.ยืนยันในกรณีที่สวนอยู่ไกลๆราคาต่ำสุดกก.ละ34-35 บาท โดยราคายางแผ่นรมควันวันนี้ อยู่ที่ 43.19 บาท จากเมื่อต้นเดือนอยู่ที่ 39.17 บาท ปรับขึ้นมา 3.40 บาท คิดเป็นร้อยละ 8.5 ในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์กว่า เชื่อมั่นว่า เมื่อมีการสร้างถนนในหมู่บ้านเกือบ 80,000 แห่งทั่วประเทศราคายางพาราจะปรับสูงขึ้นอีกแน่นอน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ มาตรการช้อปช่วยชาติ ได้ส่งมอบคูปองลดหย่อนภาษีที่จัดสรรให้กับบริษัทผู้ผลิตยางล้อแก่บริษัท IRC Maxxis N.D Rubber ดีสโตน และโอตานิซึ่งตกลงรับซื้อวัตถุดิบยางจาก กยท. เพื่อนำไปผลิตล้อยางแล้วรวม 1,706,000 กิโลกรัม ซึ่งคูปองลดหย่อนภาษีที่จัดสรรให้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ คูปองสำหรับยางล้อรถยนต์ประเภท 4 ล้อ ได้รับคูปองจำนวน 100 ใบต่อการซื้อวัตถุดิบ 1 ตันและคูปองสำหรับยางล้อรถจักรยานยนต์หรือรถจักรยานประเภทรถ 2 ล้อได้รับคูปองจำนวน 500 ใบ ต่อการซื้อวัตถุดิบ 1 ตัน นอกจากนี้ยังมีบริษัทผู้ผลิตยางล้อของต่างประเทศซึ่งมีโรงงานในประเทศไทยสนใจเข้าร่วมโครงการเพื่มซื้อยางช่วยชาติเพิ่มเติมอีกด้วย

นายกฤษฎา กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ซื้อล้อยางรถยนต์ในโครงการจากบริษัทผลิตล้อยางที่รับซื้อวัตถุดิบในประเทศไทยสามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ และคูปองที่ กยท. ออกให้ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้หักลดหย่อนภาษีในปีที่ซื้อ หากซื้อช่วงปีไหนก็หักลดหย่อนภาษีปีนั้น โดยเริ่มช้อปสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2561 จนถึง 16 มกราคม 2562 รวมระยะเวลา 1 เดือน ผู้ประกอบการผลิตล้อยางได้แก่ โอตานิแจ้งว่า มีร้านค้าตัวแทนจำหน่าย 200 สาขา ดีสโตน 800 สาขา แม็กซิส 40 สาขา ส่วนไออาร์ซีมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยผู้แทนของโอตานิระบุว่า เดิมซื้อยางพาราจากสหกรณ์ 5 สหกรณ์ที่สามารถผลิตยางแผ่นและยางแท่งได้มาตรฐาน GMP อยู่แล้วซึ่ง อยู่แล้วซึ่งมีค่าความหนืด ความยืดหยุ่น และความสะอาดดีตามที่บริษัทต้องการ ทั้งนี้แม้จะหมดโครงการช้อปช่วยชาติแล้วยินดีจะรับซื้อจากสถาบันเกษตรกรมากขึ้น โดยขอให้กยท. ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรผลิตยางให้มีคุณภาพ รวบรวมปริมาณยางได้ตามคำสั่งซื้อ และส่งมอบตรงตามสัญญา ขณะนี้มีสหกรณ์ชาวสวนยางมี 841 สหกรณ์ ใน 59 จังหวัด โดยครม. มีมติเห็นชอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์คัดเลือกสหกรณ์ที่มีศักยภาพขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ 5,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 200 ล้านบาท