ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

0 มองประเทศไทย หลังการเลือกตั้ง ปัญหาที่ใหญ่กว่า วิกฤติการเมือง โดย ศ.ธีรยุทธ บุญมี “ปาฐกถา 45 ปี 14 ตุลา ครั้งที่ 4” ที่อนุสรณ์สถาน14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง กทม.วันจันทร์ที่ 10 ธันวา “ปู่จิ๊บ” ไปก่อนเวลา จึงได้คุยทักทายสุขภาพ และฟังบางความเห็นแล้ว

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่ได้เคยพูดปาฐกถา 14 ตุลา ไปก่อนหน้านี้ , ก็มาร่วมฟังด้วยหลังจาก เสร็จการพุด ก็ไปสู่การกินอาหารกลางวัน เพราะ ได้เวลา จึงมีโอกาสได้คุยแลกเปลี่ยนกันอีกรอบ

0 ฟัง ดร. ประสาร พูดในแง่มุม “เรื่องข้อมูล” : ทางสภาพัฒน์ ทำข้อมูลเบื้องต้นได้ละเอียด แต่ทางแบ็งก์ชาตินำเสนอได้ก่อน เพราะต้องการให้ทันกาล หลังจากนั้น ตัวเลขของสภาพัฒน์ จึงตามมา เรื่องของค่าความเหลื่อมล้ำ: มีปัญหา เรื่องตัวเลข และหน่วยงานที่วิเคราะห์ มีความแตกต่างกัน ทั้งหน่วยงานระดับโลก เช่น World Bank … หรือ หน่วยงานเอกชนระดับนานาชาติ โดยข้อมูล จะไม่ละเอียดครบถ้วน เพราะ มีปัญหา การเปิดเผยข้อมูลของทุกระดับ นายทุนใหญ่ ถึงชาวบ้านและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของหลายประเทศ ทำได้ค่าในระบบ ( เปิดเผย ) ส่วน นอกระบบ ( ปิด ) ไม่ได้ชัด

• มีคนให้ความเห็นว่า : หากจะผ่านการเมืองน้ำเน่านี้ ที่มีการเอาเปรียบมาก พรรคใหญ่ มีเงิน คน นักวิชาการ มวลชน สื่อ การแทรกแซงข้าราชการ ฯ จะทำอย่างไร ไอ้วิจารณ์ มันง่าย แต่การทำจริงๆ ซิ ไม่ง่ายเลย “ผมได้แต่รับฟัง ซึ่ง ก็ยอมรับว่า” โครตยาก “ทำมา 50 ปี ยังไป ไม่ถึงไหนเลย”

• กลับมาเรื่องที่ อาจารย์ธีรยุทธ พูด มีหลายด้าน ทั้งการวิจารณ์ การให้ความเห็นข้อเสนอแนะ ที่ดี

* โดยสรุป : ธีรยุทธ พูดอะไร ? และเสนออะไร ?
1. ภาค 1 : ปัญหาที่ใหญ่กว่าวิกฤติการเมืองช่องว่างคนจนคนรวยกว้างมากยิ่งขึ้น ๆ เรื่อย ๆ อยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลก คือทรัพยากรมนุษย์ด้อยประสิทธิภาพ เด็กเกิดน้อยแต่คนแก่เพิ่มมากขึ้น คอร์รับชันขยายตัวลงสู่รากหญ้า กลุ่มทุนใหญ่ก่อตัวแข็งแกร่งขึ้นจนคล้ายมีสถานะเหนือรัฐบาลและกฎหมาย ขยายอำนาจอิทธิพลผูกขาด

1.1 เศรษฐกิจ ทุ่มเทกับโครงการยักษ์และ 4.0 มากเกินไป ทิ้งทุกคนที่ตามไม่ทันให้อยู่ข้างหลัง ไม่รอใคร

- ความไม่พร้อมของไทยในเรื่องอุตสาหกรรม 4.0 - รัฐบาลประยุทธ์โฟกัสการพัฒนาผิดจุด

1.2 ภาคสังคม คนรวย 1% รวยล้นฟ้า คนจนท่วมประเทศ รวยกระจุก จนกระจาย กลางกระจ้อน คนจนไทยจนอัตลักษณ์ ( ความหวัง สังคม พื้นที่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม)แล้วจะรักประเทศไทยได้อย่างไร

ข้อเสนอ : บิ๊กตู่หรือรัฐบาลหน้าปฏิรูปแบกะดินบ้าง

- พลเอกประยุทธ์ละเลยคนจนเมือง สนับสนุนกลุ่มธุรกิจอิทธิพลใหญ่อย่างเต็มที่ จนไม่น่าเชื่อ ???

- ทุกฝ่ายพูดถึงการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาเบื้องต้น ด้านงานฝีมือ ด้าน STEM แต่ไม่มีใครทำจริง ?? 

2. ภาค 2 อนาคตการเมือง : ประชาธิปไตยอิทธิพลใต้อำนาจกลุ่มทุนใหญ่

1. มองวิกฤติการเมืองใหม่

2. คสช. ตั้งใจสืบทอดอำนาจมานานแล้ว ตั้งแต่ล้มรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์มาเป็นร่างฉบับมีชัย

• อุดมการณ์ของชนชั้นนำไทย คืออุดมการณ์เสรีนิยมทางเศรษฐกิจกับอนุรักษ์ทางการเมืองสุดขั้ว ในทางนโยบายก็คือ “รัฐเข้มแข็ง ตลาดเติบโต”

1. พลเอกประยุทธ์คงจัดตั้งรัฐบาลหน้าขึ้นได้ แต่ความชอบธรรมจะต่ำ ???

รูปแบบโดยรวมการเลือกตั้งปี 2562 ก็คือการประมูลสัมปทานคะแนนเสียงเป็นรัฐบาล คล้ายปี 2542

ข้อเสนอ : สร้างอนาคตการเมืองที่ดีขึ้น

การเมืองไทยมีโอกาสดีขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่าจะมีหลายฝ่ายทั้งเอกชน ธุรกิจ บุคคล กลุ่ม พรรค สถาบันต่าง ๆ ได้ก้าวออกมารับผิดชอบบ้านเมืองด้วยตัวเอง โดยไม่หวังรอตัวบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป

มองจากทฤษฎีประชาธิปไตยใหม่ ๆ สังคมไทยก้าวสู่ภาวะปกติแล้ว

ความขัดแย้งเหลือง-แดง กปปส. ในปัจจุบันถือเป็นภาวะปกติแล้ว ???

2. มีมิติการเมืองใหม่อยู่ 4 อย่าง คือ

1) โซเชียลมีเดีย และเครือข่ายสังคมออนไลน์ 2) ปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่
3) การขยายตัวพลังบวกของจิตอาสา 4) การแตกตัวของ “พรรคเพื่อไทย”

• ข้อเสนอ : ทุกพรรค พัฒนานโยบายให้สร้างสรรค์ที่คนส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วย

เว้นวาทกรรมแบบเกลียดชังสุดขั้ว ก็จะทำให้การเลือกตั้งคราวหน้าเดินไปด้วยดี

มีโอกาสร่วมมือกันแก้รัฐธรรมนูญแก้กฎหมายให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งถ้าทำโดยร่วมกันแสดงเหตุผลที่เหนือกว่าก็อาจจะทำได้สำเร็จโดยไม่ต้องเผชิญหน้าแบบปะทะรุนแรงกับฝ่ายทหารอีก
0 มาฟังความเห็นอีกมุมมองหนึ่ง ที่ผ่านทั้งการต่อสู้ทุกรูปแบบ ได้แง่คิดที่ต้องยึดความเป็นจริง : คือ ปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม ทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองฯ ต้องแก้ด้วยการเมืองที่ถูกต้องเป็นธรรมถูกแนวทาง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

@ โดยต้องเริ่มจากความเป็นจริง คือการได้อำนาจรัฐกลับคืนมาก่อน จาก

“อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรมเพื่อคนส่วนน้อย” ที่สร้างวิกฤตใหญ่มาสู่คนส่วนใหญ่อย่างยาวนานร่วม 86 ปีมาแล้ว และจะสร้างวิกฤตที่หนักขึ้นไปเรื่อยๆ หากไม่มีการแก้วิกฤต ปล่อยให้อำนาจรัฐ ถูกใช้ด้วยระบอบการเมือง

การเลือกตั้งแบบเดิม ที่ถูกกำหนดโดยคนส่วนน้อยที่เอาเปรียบและขาดความเข้าใจสภาพที่แท้จริงของสังคมไทย

• โดยประชาชนต้องตระหนักและเข้าใจว่า “ในการแก้วิกฤต นำประชาชนออกมาจากถ้ำเก่าที่ก่อวิกฤตต้องมี “ ระยะการเปลี่ยนผ่าน อย่างมีจังหวะก้าวขั้นตอน “ เพื่อนำไปสู่สภาพที่มีเงื่อนไขที่เหมาะสม ที่ให้โอกาสประชาชนส่วนใหญ่ สามารถเข้ามากำหนดอนาคตของบ้านเมืองได้ด้วยสองมือสองเท้าของตนเอง

• ผู้รักชาติรักประชาธิปไตยที่แท้จริง และนักวิชาการที่รักความถูกต้องเป็นธรรม โดยต้องมองความเป็นจริงใช้ความคิดนอกกรอบ มิใช่ความคิดแบบประชาธิปไตยตะวันตก ที่ติดกับดักมานานกว่า 86 ปี ยังไม่หลุดพ้นฯ

• นักต่อสู้เพื่อบ้านเมือง ต้องสรุปบทเรียนจากความเป็นจริงว่า “ทำไม สู้มา 45 ปีแล้ว ยังไม่ถึงฝั่งสักที”

โดยพิจารณาบทเรียนจากหลายประเทศ เช่น จีน :ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ที่ประชาชนและประเทศทั่วโลกได้ยกย่องชื่นชมผู้นำของเขา ที่สามารถนำพาประเทศ ก้าวมาสู่ประเทศชั้นนำของโลกได้
ก็ถูกกล่าวหาวิพากษ์วิจารณ์ จากนักวิชาการนักการเมืองต่างๆว่า” เป็นประเทศเผด็จการ ที่ไม่มีสิทธิเสรีภาพฯ” โดยขาดการมองความเป็นจริง ถึงความหมายของประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่างที่ท่านพุทธทาสได้กล่าวว่า “ประชาธิปไตย ต้องเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ มิใช่เสียงจากการเลือกตั้งที่อาจจะผิดพลาดได้”

•การมองการเมืองไทย ในวันนี้ ต้องมองจากสภาพความเป็นจริง ระยะเปลี่ยนผ่าน ที่ต้องมองด้วยความเข้าใจ

มีข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน ว่า “ใครทำอะไร ที่ไหนอย่างไร” ทั้งรัฐบาล นักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มทุนต่างๆโดยมองอย่างเปรียบเทียบ จากสภาพสังคมการเมืองในวันนี้ กับ การเมืองในช่วงของการเลือกตั้งระบบเดิมฯ

@ ควรมองรัฐบาลนี้ เปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา ( จากการใช้วิธีการที่เข้าสู่อำนาจรัฐ ด้วยวิธีการซื้อเสียง ซื้อ ส.ส. ซื้อพรรค แทรกแซงข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม )
*** ประเด็น “ ความชอบธรรม สูง หรือ ต่ำ “: ต้องมองให้ลึกให้ถูกต้องเป็นธรรมของระยะเปลี่ยนผ่าน

โดยมองว่า “เป็นความชอบธรรมของนักเลือกตั้ง หรือ ความชอบธรรมของประชาชน” ที่จะมีโอกาสดีขึ้น

“ถ้ำระบบการเมืองเก่า มาสู่ระบบการเมืองระยะผ่าน ก่อน ที่จะเข้าสู่การเมืองใหม่”หรือคิดว่า การต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรมของประชาชน จะใช้ระบอบการเมืองเก่าได้ไหม อย่างไร
มีทางออก และข้อเสนออย่างไร

* ฝากนักการเมืองและพรรคการเมืองใหม่ ที่จะนำพาประชาชนและประเทศออกจากถ้ำเก่าที่วิกฤติ

1. การสรุปบทเรียนของสังคมไทยที่เป็นจริง และการแก้วิกฤตของสังคมไทยที่มีทุกด้าน จะทำอย่างไร

2. ต้องมองเข้าถึง “เนื้อหา” ตามสภาพความเป็นจริง , มากกว่า “รูปแบบ “ ที่มองเห็นภายนอก

3. การรับฟังข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะนักวิชาการที่ได้นำเสนอ โดยนำมาพิจารณาอย่างจำแนก รับและนำมาแก้ ในส่วนที่เป็นข้ออ่อน หรือ ข้อจำกัด ที่ยังมีอยู่ หรือยังทำไม่ได้ ในรัฐบาลที่ผ่านมา

4. การเดินทางคู่ขนาน ที่เน้น การพัฒนาเพื่อคนส่วนใหญ่ในสังคม ให้มากกว่าการพัฒนาแบบทุนนิยมเสรี
https://f.ptcdn.info/726/033/000/1437711026-o.jpg

0 ธีรยุทธ์ บุญมี:ประเทศไทยหลังเลือกตั้ง ปัญหาที่ใหญ่กว่าวิกฤตการเมือง (ฉบับเต็ม) https://www.isranews.org/isranews-article/71876-boonmee.html