ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

กลับมาพูดถึง ลักษณะทั่วไป ของพรรคหลักอีกฝ่ายหนึ่ง คือ พรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐ (อังกฤษ: Phalangpracharat, ชื่อย่อ:พปชร. ชื่อย่อภาษาอังกฤษ: PPRP)

กลุ่มการเมืองที่ยื่นจดจองชื่อพรรคต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นลำดับที่ 3/2561 วันศุกร์2 มีนาคม2561 โดยนายชวน ชูจันทร์ ประธานประชาคมตลาดน้ำคลองลัดมะยม ฯลฯ เป็นผู้จดจองชื่อพรรค

พิจารณาลักษณะทั่วไป และลักษณะเฉพาะที่สำคัญ
1. ผู้กำหนด คือ “ คณะกรรมการบริหารพรรค “ จะมีอำนาจสูงสุด ( เลือกจากที่ประชุมใหญ่)
https://prachatai.com/journal/2018/09/78912

หัวหน้าพรรค : อุตตม สาวนายน ( รมว.อุตสาหกรรม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ)

เลขาธิการพรรค : สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ( รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ )

เหรัญญิก พรชัย ตระกูลวรานนท์

นายทะเบียนสมาชิกพรรค วิเชียร ชวลิต

กรรมการบริหารอื่นๆ : สุวิทย์ เมษินทรีย์ ( รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ) กอบศักดิ์ ภูตระกูล ( รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ) ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, สุรพร ดนัยตั้งตระกูล, องอาจ ปัญญาชาติรักษ์, , พุทธิพงศ์ ปุณณกันต์, ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, อนุชา นาคาศัย, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, พงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, ณพพงษ์ ธีระวร, นฤมล สอาดโฉม, อิทธิพล คุณปลื้ม, วลัยพร รัตนเศรษฐ, วิเชฐ ตันติวานิช, ชาญวิทย์ วิภูศิริ, ชวน ชูจันทร์, กรันต์ สุทธารมณ์ และสันติ กีระนันท์( 29 ก.ย. 2561 ที่อาคาร อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ได้มีการประชุมจดจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ

โดยในวันนี้ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับพรรค นโยบายพรรค และคำประกาศอุดมการณ์พรรค และมีการดำเนินการเพื่อเลือกว่าที่หัวหน้าพรรค รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคด้วย )

@ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 11 คน ( เลือกจากที่ประชุม ใหญ่ )

โดยแบ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 4 คน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และในส่วนประเภทตัวแทนสมาชิก 7 คน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน วิรัช รัตนเศรษฐ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล นายสุชาติ ตันเจริญ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นายสุพล ฟองงาม

กรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่สรรหาผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ @ พรรคพลังประชารัฐ – วิกิพีเดีย : ดู รายชื่อ สมาชิกพรรคคนสำคัญ https://th.wikipedia.org/wiki/พรรคพลังประชารัฐ ดูแนวคิดพรรคและการทำงาน การประสานงานฯ ผ่าน “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์”เลขาธิการพรรคฯhttps://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000121560 )

กลุ่มสามมิตร นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ อดีตรมว. อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา นายอนุชา นาคาศัย นายจำลอง ครุฑขุนทด และนายภิรมย์ พลวิเศษ ฯลฯ แนวคิด : นายสุริยะ - ทางกลุ่มมีความชัดเจนที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ในสมัยหน้า เพราะที่ผ่านมารู้สึกพอใจในการบริหารประเทศตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา และสนับสนุนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ ที่ออกมาเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ยืนยันว่าพรรคไม่ได้สืบทอดอำนาจ คสช. เพราะไม่มีทหารเป็นสมาชิก พรรคพลังประชารัฐ มิใช่พรรคเฉพาะกิจ เป็นพรรคถาวร เป็น ทางเลือกให้ประชาชนก้าวข้ามความขัดแย้ง ทุกคนมาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ ก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาความขัดแย้ง ที่มีมานานเป็นทศวรรษ ให้ประเทศเดินหน้า รับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างทัดเทียม เข้มแข็ง ส่งต่ออนาคตถึงรุ่นลูกหลาน โดยพรรคจะให้โอกาสทุกคนเข้าร่วม และจะก่อตั้งอย่างถาวร ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ทำได้จริง ยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย

2.เมื่อดูภาพของรัฐบาลพลเอกประยุทธ ความโดดเด่น จะอยู่ที่:

- พลเอกประยุทธฯ ที่แสดงความเป็นผู้นำ เอาจริงทำงานหนัก ซื่อสัตย์สุจริต รักบ้านเมือง เทิดทูนสถาบัน

- รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษะ ที่เป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฯ ที่เดินคู่ขนาน

- เศรษฐกิจทุนนิยมเสรี และ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ( ที่ลงแรงไปไม่น้อย แต่ต้องใช้เวลา )

- พลเอกประวิทย์ ที่ดูแลความมั่นคงฯ และเป็นตัวประสานกับฝ่ายต่างๆ

- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ฯ ตัวประสานกับพรรคการเมือง นักการเมือง ฯ

- 4 รัฐมนตรี ที่ออกมารับ เป็น ตัวสำคัญ ในการขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐ อุตตม สาวนายน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ สุวิทย์ เมษินทรีย์ กอบศักดิ์ ภูตระกูล

- แกนนำ ผู้นำชุมชน ที่มีประสบการณืและการทำงานพื้นที่ ชุมชนฯลฯต่างๆ มานานความสำเร็จของโครงการประชารัฐ ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งมี นายแพทย์ พลเดช ปิ่นประทีป มีส่วนร่วมฯหรืองานระดับ อบต. อบจ. เทศบาล โครงการออมทรัพย์ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ฯลฯ เช่น คุณชวน ชูจันทร์ ผู้ยื่นก่อตั้งพรรคฯ ได้รับรางวัลอลก้า จากเกาหลี ( เทียบแม๊กไซด์ไซด์ )

- การมีทั้ง อดีตรัฐมนตรี อดีต สส. และผู้ที่ทำงานในพื้นที่มายาวนาน ไม่แพ้พรรคการเมืองเก่า จะเป็นการอุดช่องว่าง และข้ออ่อน ฯ ที่เคยมีมาก่อนได้

- การมีคนรุ่นใหม่ ทั้งลูกหลานนักการเมือง ผู้มีประสบการณ์ทางธุรกิจ และผู้มีจิตอาสาฯ ที่มีจำนวนไม่น้อยกว่าพรรคใดๆ ก็เป็นเงื่อนไขที่จะเกิดพลังขึ้นมาได้ไม่ยากนัก

- สุดท้าย ที่จะมีผลสูง คือ ชาวบ้านชาวเมือง ที่พอใจและชื่นชม นายกประยุทธ ฯ อยากให้เป็นต่อฯ

2. ปัจจัยสำคัญหลักคือ การได้โอกาสที่ดี จาก รัฐธรรมนูญ 60ฯ และด้วยการเป็นพรรคขนาดใหญ่ พอดี ทำให้ ได้ตัวเลขสส.( ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ) ที่สูงสุดได้ จากตัวเลขประมาณ 150 ( บวก -ลบ )

3. ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนด รองลงมา คือ “อำนาจรัฐ“ ที่ยังคงมีบทบาทในระดับหนึ่ง อำนาจต่อมวลชนฐานคะแนน ที่สร้างขึ้นจาก โครงการประชารัฐ และโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง

4. หัวใจหลัก ที่ทำให้คนหลากประเภทหลายความคิด ขึ้นต่อ คือ “ การได้เป็นรัฐบาลและรัฐสภา “ ในตำแหน่งรัฐมนตรี ตำแหน่งสส . สว. เลขา ที่ปรึกษา ประธานกรรมการและอนุฯ รวมทั้งประธานและกรรมการบอร์ดต่างๆ ทั้งส่วนกลางและพื้นที่ในทุกภาค ฯ ทำให้ นอกจากจะเป็นเงื่อนไข ที่ทำให้อดีต สส. เข้าร่วมฯ ยังทำให้ มีโอกาส ในการทำงานกับชาวบ้านชาวเมืองในพื้นที่ต่างๆได้อย่างหลากหลาย

5. การมีคนสำคัญ ที่รู้จักและเข้าใจ ระบบการทำงาน การจัดการของพรรคเพื่อไทย ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนฯ ทำให้สามารถนำมาปรับแก้ไข และการกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และกลยุทธ์ ในการเลือกตั้ง ฯที่เก่ง มีประสบการณ์ ในระดับสูงในหลากหลาย ทั้งการเมือง การเศรษฐกิจ งานการเมือง งานมวลชน

7.การปรับใหญ่และพัฒนาโดยการใช้สื่ออย่างเป็นระบบและกระบวนการ ในหลายระดับและต่อเนื่อง ,

8.การก่อเกิดของพรรค ในจังหวะที่ เหมาะสม ที่จะมาแทนพรรคเก่าใหญ่ทั้งสองพรรค ฯ

9.การนำเสนอตัว เป็นพรรคที่จะประสานร่วมมือกับพรรคฝ่ายต่างๆ เป็นเงื่อนไขที่สำคัญในการแก้วิกฤตฯ