เพียงปลดล็อกการเมืองไทย ให้ประชาชนและพรรคการเมืองเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองได้ กระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งจากนอกประเทศ โดยอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

น่าสนใจ ที่เมื่อโยนประเด็นนี้ออกมาแล้ว ฝั่งพรรคการเมืองใหญ่อีกปีกหนึ่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ กลับไม่มีท่าทีรับมุขแต่อย่างใด

หากถอดความจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเห็นว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะเห็นด้วยว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายมาตราให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรหยิบประเด็นดังกล่าวมาสร้างความขัดแย้ง หรือทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับฝ่ายต่างๆ

ก็หมายความว่า ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม หรืออาจจะเป็นการถามกลับไปยังผู้เสนอว่า “มันใช่เวลาหรือไม่” ที่จะมาพูดถึงเรื่องนี้ ในห้วงเวลานี้ ที่กำลังนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง

ซึ่งแน่นอนว่า หากประเด็นนี้จุดติด และมีการแสดงพลังเคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องกันออกมา สุ่มเสี่ยงที่บางฝ่ายจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดการเผชิญหน้า หรือมีความรุนแรง วุ่นวายสับสนขึ้น ก็อาจจะกระทบกับการเลือกตั้ง ให้เลื่อนออกไปอีก หรือไม่มีการเลือกตั้ง

แม้จังหวะเวลาจะเพิ่งผ่านวันสำคัญ คือ “วันรัฐธรรมนูญ” อันเป็นวันสัญลักษณ์ แห่งการระลึกถึงโอกาสที่ประเทศไทยมี รัฐธรรมนูญถาวร ฉบับแรกก็ตาม

แต่หากย้อนกลับไปในห้วงที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำหลายครั้งว่าไม่ต้องการให้มีการชุมนุมขึ้น

จากที่เคยบอกว่า “รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องที่มันไม่ดีเกิดขึ้นอีก”

และล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ ก็ระบุอีกว่า เมื่อปลดล็อกให้แล้ว ประชาชนต้องอย่ายอมให้ใครนำพาไปสู่ความวุ่นวายสับสนอลหม่าน เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้

“การเลือกตั้งจำเป็นต้องมีความสงบ รัฐธรรมนูญทุกรัฐธรรมนูญเกิดมาใหม่ทั้งหมด การแก้รัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นมาหลังจากปฏิวัติเสร็จทั้งนั้น ไม่มีใครแก้ได้ ไหนๆ มันเกิดมาแล้วก็อย่าต่อต้านกันเลย และวันนี้ยังไม่ได้ใช้สักตัวเลย ยังไม่ได้เดินหน้าประเทศ และยังไม่ได้เป็นรัฐบาลเลย จะมาล้มรัฐธรรมนูญแล้ว จะแก้กฎหมายทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยทำเลย วันนี้จะล้มจะเลิก จะยุบ โอ้ยปวดหัว ไม่ออกหรอก”

กระนั้น ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจถูกมองเป็นเพียงแคมเปญหาเสียง หรือการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันในอนาคต หลังการเลือกตั้ง ก็จำเป็นที่ทุกพรรคการเมืองจะต้องร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ ชี้แจงแสดงเหตุผลที่เหนือกว่า เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วย ก็จะมีโอกาสในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ โดยไม่ต้องเผชิญหน้าแบบปะทะรุนแรงกับฝ่ายทหารอีก ดังที่ ธีรยุทธ บุญมี แนะทางออกเอาไว้