ความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016ที่นครรีโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 5-21ส.ค.นี้ บรรยากาศทั่วไปล่าสุดของกรุง ริโอเดจาเนโร มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารรักษาความปลอดภัยค่อนข้างรัดกุมตั้งแต่ที่สนามบิน ตลอดจนบนถนนหนทาง และตามสถานที่สำคัญต่างๆ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจท้องถิ่นพบวัตถุต้องสงสัยในสนาม มาริคานา สเตเดียม สนามที่จะใช้จัดพีเปิด กีฬา โอลิมปิค 2016 “ริโอ เกมส์” เมื่อวันอาทิตย์ ที่31ก.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ก่อนเสียงระเบิดจะดังสนั่นตามมาในภายหลัง ทว่าไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บแต่อย่างใด

สื่อต่างประเทศเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ตำรวจได้รับรายงานถึงเรื่องนี้ และทำการส่งหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปตรวจสอบ โดยวัตถุดังกล่าวอยุ่ในลักษณะกล่องเครื่องมือ ก่อนจะเบิดขึ้นทันทีเมื่อหุ่นเข้าไปใกล้ ทำให้เชื่อว่า เป็นไปได้ที่จะเป็นระเบิดที่มีการควบคุมอยู่ ซึ่งเหตุการณ์สงบลง และหุ่นยนต์ได้นำซากวัตถุออกมาตรวจสอบแล้ว โดยเหตุการณ์นี้สร้างความวิตกอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีพิธีเปิดที่สนามแห่งนี้ในวันที่5ส.ค.

นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเดินทางไป ริโอ เดอ จาเนโร เพื่อดูแลความเรียบร้อยของ “ไทยเฮาส์” สถานที่ดูแลนักกีฬาเรื่องของการแพทย์ กายภาพบำบัด ตลอดจนอาหารไทย เปิดเผยว่า กกท.มีความตั้งใจให้“ไทยเฮาส์” เป็นศูนย์รวมของคนไทยในการแข่งขันต่างประเทศ ทั้งรายงานผลการแข่งขัน ให้รักษาอาการบาดเจ็บ ตลอดจนถึงโภชนาการและจิตวิทยา ส่วนความหวังของการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้ ตนเชื่อว่าทัพนักกีฬาอาจจะคว้าได้ถึง3เหรียญทอง เนื่องจากหลายคนอยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้ดี

นายสกล กล่าวอีกว่า ส่วนเกณฑ์อัดฉีดเงินรางวัลโอลิมปิกใหม่ของคณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่ประชุมได้วางหลักเกณฑ์ใหม่ไว้ โดยจะมีทางเลือกให้นักกีฬา 2 ทาง ทางแรกรับตามเกณฑ์เดิม เป็นเงินสดรับครั้งเดียว เหรียญทอง10ล้านบาท เหรียญเงิน 6 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 4 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่เพิ่มเข้าไป จะเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซนต์ โดยให้รับแบบแบ่งจ่ายเงินสด และรับรายเดือนอย่างละครึ่ง เหรียญทอง รวม 12 ล้านบาท เหรียญเงิน รวม 7.2 ล้านบาท และเหรียญทองแดง รวม 4.8 ล้านบาท ในเรื่องนี้ กำลังมีหนังสือเวียนไปยังคณะกรรมการบริหารกองทุน ให้พิจารณา และวันที่ 2 ส.ค. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะนำข้อมูลมาพิจารณา เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ รับทราบ เพื่อรับรองก่อนประกาศใช้ให้ทันโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ต่อไป