"กฤษฏา” ดันสุดขั้วปูพรหมทุกมาตรการ ส่งผลราคายางปรับตัวในทิศทางดีขึ้น ชี้ช่วงสองสัปดาห์พุ่งต่อเนื่อง 2 บาทต่อกก.จาก 44.70-46.70 บาท ระบุเงินค่าครองชีพไร่ละ1.8 พันบาท รายละไม่เกิน15 ไร่ ถึงมือเกษตรกร 28 ธ.ค.นี้ เป็นของขวัญปีใหม่

วันนี้ (15 ธ.ค.61) นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการผลิตล้อยาง และบริษัทแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางทุกชนิด ให้เพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศโดยซื้อยางพาราจากสถาบันเกษตรกรโดยตรง และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งทุกมาตรการซึ่งขณะนี้ส่งผลทำให้ราคายางขยับตัวขึ้นมา2 บาทต่อกก.แล้วจากเมื่อปลายสัปดาห์นี้ราคาซื้อขายยางแผ่น 46.70 บาทต่อกก.เมื่อต้นเดือนธ.ค.ราคาอยู่ที่ 44.70 บาทต่อกก. พร้อมกับเร่งจ่ายเงินช่วยค่าครองชีพ ไร่ละ 1.8 พันบาทถึงมือเกษตรกรให้เป็นของขวัญปีใหม่

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีบริษัทไทยที่ผลิตยางล้อรถยนต์จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการช๊อปช่วยชาติ ภายใต้เงื่อนไขบริษัทผลิตล้อยางรถยนต์เหล่านี้ต้องซื้อยางพาราวัตถุดิบจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือสถาบันเกษตรกรโดยตรงและจะได้ลดภาษีจากกรมสรรพากรตามนโยบายเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราตามนโยบายรัฐบาลโดยสามารถดำเนินโครงการได้ในปัจจุบันคือ บริษัทไออาร์ซี จะซื้อยางจากกลุ่มเกษตรกร 1 แสนกิโลกรัม บริษัทแม็กซิส ซื้อยาง 3 แสนกิโลกรัม บริษัทเอ็นดีรับเบอร์ 3 หมื่นกว่ากิโลกรัม บริษัทดิสโตน 7.5 แสนกิโลกรัม บริษัทโอตานิเรเดียล 2.55 แสนกิโลกรัม รวม5 บริษัท 1.7 ล้านกิโลกรัม หรือ1.7 พันตัน

นายอนันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทผลิตล้อยางรถยนต์ต่างชาติที่มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทยอีกจำนวนหนึ่งก็สนใจจะเข้าร่วมโครงการด้วยเช่นบริษัทบริทสโตน บริษัทมิชชิลีน เป็นต้น นอกจากนี้มาตรการทำถนนยางพารา1 กิโลเมตร1หมู่บ้าน ได้ส่งคู่มือ แบบก่อสร้างและราคากลางให้กับทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)กว่า7.2 พันแห่ง พร้อมสร้างทั่วประเทศ โดยสามารถรับซื้อน้ำยางสดได้จากสหกรณ์ชาวสวนยางโดยตรงได้ตั้งแต่วันนี้ ในการดำเนินการสร้าถนนพาราซอยซีเมนท์ จำนวน 75,002 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ1กิโลเมตร รวมระยะทาง75,032กิโลเมตร ใช้งบสะสมของอปท.กว่า 9หมื่นล้านบาท ในโครงการนี้เบื้องต้นจะใช้น้ำยางสดปริมาณ1.44 ล้านตัน หรือคิดเป็นยางข้น7.2 แสนตัน มูลค่าน้ำยางสดกว่า1.6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งรัฐบาล ส่งเสริมศักยภาพสหกรณ์ชาวสวนยางแปรรูปยาง เพื่อส่งออก สามารถรับสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)วงเงิน 5 พันล้านบาท โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพสวนยางพาราไร่ละ 1.8 พันบาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ โดยเจ้าของสวนยางได้ 1.1 พันบาท คนกรีดยางได้ 700 บาท ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิเกษตรกรและคนกรีดยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกยท.ที่เป็นสวนยางในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องกว่า 1.3 ล้านราย งบประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)ซึ่งคาดว่ารับเงินช่วยเหลือได้ก่อนสิ้นปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่เกษตรกรสวนยางในระหว่างนี้ มีการประชาสัมพันธ์โครงการและชี้แจง พร้อมกับตั้งคณะทำงานตรวจสอบสิทธิ์ รับรองสิทธิ์ เปิดรับแจ้งเข้าร่วมโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2562 คาดว่าจะจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยางได้ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้