เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 13 พ.ย.61 ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขีวัฒน์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจรบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ และได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 1 ราย เหตุเกิดบรถนนสายกาญจนบุรี-อู่ทอง ฝั่งขาเข้าตัวเมืองฯ บริเวณหน้าปั้มน้ำมันบางจาก หมู่ที่ 7 ต.ปากแพรก อ.เมืองฯ

หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์แพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ ที่เกิดเหตุพบว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ กำลังยืนอำนวยความสะดวกมนด้านการจราจรอยู่ ที่บริเวณกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงนอนหงายจมกองเลือดอยู่ในสภาพลำคอ แขน ขาหักผิดรูป ใบหน้าฉีกขาดห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าดรีม 110 ซีซี.สีชมพู หมายเลขทะเบียน 7- กก.7044 กรุงเทพมหานครฯ จอดอยู่บริเวณข้างเกาะกลางถนนในสภาพมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนด้านท้ายห่างไปประมาณ 50 รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุดีแมคซ์สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะบียน บษ.-7800 สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นรถส่งน้ำจอดอยู่ในสภาพด้านหน้ารถแฉลบลงข้างถนน ที่บริเวณใต้ท้องรถด้านหน้ามีหมวกกันน็อคแบบเต็มใบตกอยู่ 1 ใบห่างจากจุดที่รถยนต์กระบะจอดอยู่ไปประมาณ 500 เมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าเอสครอสสีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กธ.-2844 กาญจนบุรี จอดอยู่ในสภาพกันชนด้านหน้าซ้ายมีร่องรอยเฉี่ยวชน

จากการตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตายทราบชื่อ น.ส.พรเพชร สังวาลย์แย้ม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ซอยทางลงท่าน้ำ ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนา

จากการสอบสวนทราบว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก1 ราย เป็นผู้ชาย ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ขีพของมูลนิธิฯ ได้รีบนำตัวส้ง รพ.ฯ เนื่องจากอาการสาหัส สอบสวนทราบชื่อนายอนุวัฒน์ อยู่ญาติมาก อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 4 ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ล่าสุด แพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลจนอาการพ้นขีดอันตราย

เบื้องต้นจากการสอบสวนปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ และเด็กปั้มน้ำมันทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายอนุวัฒน์ และ น.ส.พรเพชร ขับขี่รถ จยย.ซ้อนท้ายกันมามุ่งหน้าจากตัวเมืองกาญจน์ จะกลับบ้านที่ อ.พนมทวนฯเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุอยู่ก็ถูกรถไม่ทราบชนิดพุ่งชนจนรถของคนทั้ง 2 กระเด็นเสียหลักพุ่งข้ามไปอีกฝั่งถนน ทำให้ร่างของ น.ส.พรเพชร กระเด็นไปตกอยู่กลางถนนซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่รถยนต์เก๋งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนร่างของ น.ส.พรเพชร อย่างจังจนล้มลงจมกองเลือดอยู่กลางถนน ทำให้รถยนต์กระบะที่วิ่งตามมาหักพวงมาลัยหลบไม่พ้น รถจึงทับร่างของผู้ตายซ้ำจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อแต่อย่างใด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามสอบปากคำนายอนุวัฒน์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อดำเนินการตามกฎมายต่อไป