ยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปีซึ่งรัฐบาลนี้ร่างไว้ เปรียบเหมือนหัวใจของชาติ มีความสำคัญสูงสุด เราจึงเรียกร้องให้คนไทยช่วยกันศึกษาทำความเข้าใจกับ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ให้ดี

ตาม “หลักการ” ที่เขียนกันไว้ทั้งหมดมันก็ดูดี แต่ประเด็นที่ยังน่าเป็นห่วงคือ

1. กระบวนทัศน์หลักคิดของยุทธศาสตร์นี้ เดินไปตามทฤษฎีกระแสหลักคือ ทุนนิยมเสรีโลกาภิวัตน์ พูดง่าย ๆ ก็คือเดินตามแนวทางที่ประเทศทุนนิยมศูนย์กลาง สหรัฐอเมริกา , ญี่ปุ่น , ยุโรป กำลังเดินอยู่และกำลังเผชิญปัญหาอยู่ขณะนี้นั่นเอง

2. ระบบราชการไทยจะมีประสิทธิภาพและคุณภาพจะมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ ในการนำพาประเทศชาติ

ซึ่งในเนื้อหา (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) นั้น ก็ได้กล่าวเตือนไว้อย่างชัดเจนว่า

“ ในอนาคต 20 ปีข้างหน้า บริบทและสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พลวัตรสูง และซับซ้อนหลากหลายมิติ ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตการพัฒนาประเทศไทยอย่างมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้อง “รู้เท่าทัน” และ “เข้าใจ” บริบทต่างๆ เหล่านี้อย่างลึกซึ้ง ทั้งโอกาสที่จะเกิดขึ้นและความเสี่ยงความท้าทายที่ต้องบริหารจัดการได้อย่างชาญฉลาดและทันเหตุการณ์ เพื่อที่จะกำหนดกลยุทธ์ทั้งเชิงรุกในการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้น และเชิงรับในการบริหารความเสี่ยงบนพื้นฐานของความเข้าใจถึง “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” ของประเทศอย่างรอบด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะในเชิงโครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศภายใต้ภาพอนาคตประเทศไทยที่กำหนดเป็นเป้าหมายและตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่ชัดเจน

ในการที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วให้ได้ภายในปี 2579 สถานการณ์และแนวโน้มโลกในอนาคตมีหลากหลายมิติ และมีความซับซ้อนเกี่ยวพันซึ่งกันและกันอย่างมาก คำถามที่สำคัญสำหรับประเทศไทย คือ บริบทที่จะเกิดขึ้นเหล่านั้นจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร จะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงหรือผลกระทบให้ต่ำสุดได้อย่างไร

สำหรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกที่สำคัญที่จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตอย่างมากและเป็นแนวโน้มที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น และในบางเรื่องนั้นแทบจะกล่าวได้ว่า จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แนวโน้มบริบทโลกที่สำคัญ อาจจำแนกเป็น 5 ด้าน คือ

1. ด้านการเมืองและความมั่นคงโลก การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยี

2. ด้านโครงสร้างประชากรและกระแสสังคมโลก

3. แนวโน้มสถานการณ์และระบบเศรษฐกิจโลก

4. ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

5. สิ่งแวดล้อมโลก

แนวโน้มบริบททั้ง 5 ด้านดังกล่าวจะส่งผลอย่างมากต่อรูปแบบและเวทีการแข่งขันทางธุรกิจ (Business Model and Competition Platform) ระบบและปฏิสัมพันธ์เชิงสังคม (Social System and Interaction) และคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งจะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทยในการที่จะพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์ในระยะยาว”

เนื้อหาใน “ร่าง ยุทธศาสตร์”นี้ เขียนได้ดี เพียงแต่เรายังกังวลสงสัยมากว่า ระบบราชการ ที่ทุกรัฐบาลต้องพึ่งพาอาศัยนั้น จะ “ทำได้” หรือไม่