รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

“บัตรเลือกตั้ง” ไร้ชื่อ-โลโก้พรรค ถือเป็นกรณีร้อนที่ได้รับความสนใจ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มพรรคการเมืองอย่างกว้างขวาง ซึ่งหาก “บัตรเลือกตั้ง” ไร้ชื่อ-โลโก้พรรค จริงแล้ว ใครได้...ใครเสีย ข้อเขียนนี้น่าจะสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้อีกหนึ่งมิติ...?

เหตุใด? จึงมีการเสนอให้ “บัตรเลือกตั้ง” ไร้ชื่อ-โลโก้พรรค

กรณีที่มีการเสนอให้บัตรเลือกตั้งรูปแบบใหม่จะมีแค่ชื่อและหมายเลขผู้สมัครเท่านั้น มีสาเหตุมากจากการใส่ชื่อและโลโก้พรรค อาจทำให้เกิดปัญหาสำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้ เพราะบัตรเลือกตั้งจะถูกใช้ทั้งในและต่างประเทศ จึงกังวลเรื่องของการขนส่งบัตร หากเกิดปัญหาผู้ที่ลงทะเบียนไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง กกต.ก็จะไม่สามารถจัดส่งบัตรเลือกตั้งสำรองไปให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้้งนอกราชอาณาจักรได้ ดังนั้น จึงมีการเสนอให้บัตรเลือกตั้งเหลือแค่หมายเลขและช่องกาบัตรเท่านั้น

กรณีดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยนักการเมืองจากหลายพรรค ทั้งประชาธิปัตย์ เพื่อไทย อนาคตใหม่ ต่างพากันโจมตีบัตรเลือกตั้งรูปแบบใหม่ และแสดงความไม่เห็นด้วยชี้ควรมีให้ครบ ควรคิดให้รอบคอบ และควรคำนึงถึงประชาชน โดยการวิพากษ์วิจารณ์ สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

1) กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คสช.แทรกแซงการทำงานของ กกต.

2) การกำหนดกฏเกณฑ์เพื่อทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้เปรียบ เพราะประชาชนจำชื่อผู้สมัครหน้าเก่าได้ แต่มักจะจำชื่อผู้สมัครหน้าใหม่ไม่ได้

3) การเลือกตั้งครั้งนี้ การประชาสัมพันธ์หรือหาเสียงมีน้อย การไม่มีชื่อ โลโก้ ทำให้ประชาชนสับสน จนทำให้เกิดอุปสรรคกับประชาชนในการเลือกตั้ง

4) “บัตรเลือกตั้ง” ไร้ชื่อ-โลโก้พรรค เสี่ยงขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้โดยสะดวก เพราะอาจทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิได้ตรงตามเจตนารมณ์ของตนเอง

5) อาจจะมีจำนวนบัตรเสียเพิ่มขึ้นเพราะประชาชนสับสน

6) อาจเกิดการฟ้องร้อง และทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
พิจารณาการวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคการเมืองต่างๆ แล้ว คงต้องยอมรับว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น ไม่น้อย แล้วเมื่อพิจารณาจาก “บัตรเลือกตั้งของต่างประเทศ” ไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา รวมถึงพม่า ก็ล้วนมีข้อมูลรายละเอียด ทั้งชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ชื่อพรรคการเมือง และโลโก้พรรคอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของตนเอง

ในส่วนของบัตรเลือกตั้งของ “สหราชอาณาจักร” ไม่เพียงแต่มีชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ชื่อพรรคการเมืองเท่านั้น ยังมีการระบุที่อยู่ของสำนักงานของพรรคการเมือง รวมไปถึงวิธีการลงคะแนนอีกด้วย หรือแม้แต่บัตรเลือกตั้งของไทย ซึ่งใช้เลือกตั้ง 3 ครั้งหลังสุด ได้แก่ 2 ก.พ.2557 3 ก.ค.2554 และ 23 ธ.ค. 2550 ล้วนมีชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ชื่อและโลโก้พรรคการเมือง

ข้อมูลเหล่านี้ น่าจะยิ่งทำให้ กกต. เกิดการคิดทบทวน และยอมรับฟังกระแสสังคมบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งท้ายที่สุดไม่ว่า กกต. จะตัดสินใจเลือกใช้บัตรเลือกตั้งแบบใด? จะเลือกใช้ รูปแบบแรก มีข้อมูลครบถ้วน ทั้งเบอร์ ชื่อ และโลโก้พรรคการเมือง หรือรูปแบบที่ 2 คือบัตรที่มีเพียงหมายเลขผู้สมัครก็ตาม แต่สิ่งที่อยากให้ กกต. ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ บทบาทหน้าในการควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ตามที่กฎหมายกำหนด ให้เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม

ดังนั้น การออกแบบบัตรให้เอื้อต่อการจัดการเลือกตั้ง ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาพสังคมไทยซึ่งมี “ช่องว่างทางความรู้” (Knowledge Gap) อันเป็นการรับรู้ที่ไม่เท่ากันของคนในสังคม ที่เกิดจาก “สถานภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และบุคคล” (Socioeconomic Status) ได้แก่ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ฐานะทางสังคม ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อุปนิสัย บุคลิกภาพที่ แตกต่างกัน ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งอย่างละเอียดรอบคอบ

ในการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงในวันที่ 24 ก.พ.นี้ เป็นระบบใหม่ที่เรียกว่า “จัดสรรปันส่วนผสม” โดยให้ประชาชนเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต 350 เขต และนำคะแนนผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประเทศของพรรคนั้น ๆ ไปคำนวณสัดส่วนจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อรวม 150 คน ที่น่าสนใจ คือ พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมีหมายเลขแตกต่างกันในแต่ละเขตเลือกตั้ง ถือเป็นระบบการเลือกตั้งที่ทำให้การใส่ชื่อพรรคและโลโก้ เป็นเรื่องทำได้ไม่ง่าย เพราะจะต้องจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งถึง 350 แบบ

แต่หากมีการวางแผนการดำเนินงานที่ดี ก็เชื่อว่าการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีทั้งชื่อ และโลโก้พรรค คงไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของ กกต. แน่นอน..!!

บทสรุปสุดท้ายกรณี “บัตรเลือกตั้ง” ไร้ชื่อ-โลโก้พรรค...ใครได้ใครเสีย หากมีการใช้บัตรเลือกตั้งที่ไร้ชื่อ-โลโกพรรคแล้ว กรณี “ใครได้” คงตอบได้ยาก แต่ถ้าเป็นกรณี “ใครเสีย” คงต้องพูดตรงตรงว่า “ประชาชน” แน่นอน เพราะจากประสบการณ์การลงพื้นที่ของ “สวนดุสิตโพล” พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนสูงอายุ มักจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้...ดังนั้น ถ้าบัตรเลือกตั้งมีแค่ “ชื่อและหมายเลข” เชื่อว่าเลือกตั้งครั้งนี้...จะเกิดความสับสนอลหม่านไม่น้อยแน่แน่!!