เมื่อเวลา 07.20 น.วันที่ 12 ธ.ค.61 ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รองสว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวต่างชาติผู้เสียชีวิต บริเวณอาคารเดอะเทรนดี้ เลขที่ 10 ซอยสุขุมวิท13 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พลูสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนบช.น. สน.ลุมพินี แพทย์เวรรพ.จุฬา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารดังกล่าว หน้าร้านดังกิ้นโดนัท พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังนายมาริค จาเมล ไอ คากิ(Malik Djamel Ait Kaki) อายุ 41 ปี สัญชาติฝรั่งเศส นอนหงายเสียชีวิต สภาพศพสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีเลือดหมู มีบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุปอด ตัดขั้วหัวใจ ที่สะโพกขวา 1 นัด และในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและคนร้าย ซึ่งรู้จักกันมาได้เกือบ 1 ปี โดยผู้ตายมักเดินทางไปกลับไทย-ฝรั่งเศส อยู่หลายครั้ง ได้นั่งดื่มกินภายในร้านดังกล่าว หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มมีอาการเมาสุรา ก่อนจะมีปากเสียงกัน เนื่องจากผู้ตายหึงหวงแฟนสาว ที่ไปพูดคุยกับ ด.ต.กันตพงษ์ จนกระทั่งมีการชกต่อยกัน แต่คนร้ายสู้ไม่ได้ จึงได้นำอาวุธปืนออกมายิงขู่ ก่อนตามมายิงที่อาคารดังกล่าวอีก
จากการสอบสวน น.ส.จวัญจิรา นุทธไกร อายุ 32 ปี เพื่อนของผู้ตายให้การว่า ตนและผู้ตายไปนั่งดื่มกินที่ร้าน"ลักกี้ ซ๊อต" ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท11/1 ก่อนจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนร้าย และได้ท้าชกต่อยกันภายในร้าน แต่คนร้ายสู้ไม่ได้จึงได้แยกย้ายกัน ต่อมาขณะที่ผู้ตายกลับมายังห้องพักภายในตึกดังกล่าว คนร้ายได้ตามมาทันบริเวณหน้าร้านดันกิ้นโดนัท และใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป

พล.ต.ท.สุรเชฐษ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วคือ ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ป.สน.ลุมพินี โดยล่าสุดได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพีนีแล้ว และรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลงมือยิงผู้ตาย ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว โดยผู้ต้องหาอ้างว่าหึงหวงผู้หญิง และได้มีการชกต่อยกันแต่สู้ไม่ได้ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย สำหรับ ด.ต.คนดังกล่าวเคยมีคดีใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิตมาก่อนเมื่อ 6 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างนำตัวไปสวนสอบอย่างระเอียดอีกครั้ง และขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่ทำความผิด และในช่วงบ่ายตนเองจะเดินทางเข้าชี้แจงต่อสถานฑูตฝรั่งเศษถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา หลังจากนั้นได้เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยเกิดจากบันดาลโทสะ ซึ่งจากนั้นจึงได้ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามขั้นตอนของการดำเนินคดีจะต้องทำตามระเบียบ ซึ่ง ด.ต.คนดังกล่าวได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ และจะต้องดำเนินความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยตนได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มงคล ประสานกับทางสถานฑูตและรายงานเหตุการณ์ให้ทางสถานทูตเป็นระยะ ในส่วนคดีเก่าเมื่อปี 2555 กรณี ด.ต.กันตพงษ์ ได้มีการยิงคนขับแท็กซี่เสียชีวิตนั้น ได้รับรายงานว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่และป้องกันตัว เนื่องจากรถแท็กซี่คันดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ขับรถพยามจะชน ด.ต.กันตพงษ์ จึงได้มีการยิงสกัดเพื่อป้องกันตัว จากนั้นต้นสังกัดได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนแจ้งข้อหา จนสิ้นสุดกระบวนการไปแล้ว

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุทาง ด.ต.กันตพงษ์ เดินทางไปที่ร้านอาหารดังกล่าวตามปกติ ระหว่างนั้นมีหญิงไทยเป็นแฟนของผู้ตาย เดินมาปรึกษากับ ด.ต.กันตพงษ์ เรื่องจะขอเลิกกับผู้ตาย เนื่องจากทนพฤติกรรมความเจ้าชู้ของผู้ตายไม่ไหว และจับได้ว่ามีผู้หญิงคนใหม่ ระหว่างนั้นผู้ตายที่นั่งอยู่ในร้านเห็นจึงลุกจากโต๊ะโดยยังมีหญิงสาวอีกคนอยู่ด้วย ก่อนที่ผู้ตายจะเข้ามาคุยและเข้าใจผิดว่า เหตุผลที่หญิงไทยคนแรกเลิกกับผู้ตาย เพราะมีใจให้ ด.ต.กันตพงษ์ จึงเกิดความหึงหวงและทะเลาะชกต่อยกัน ด้วยความที่ ด.ต.กันตพงษ์ อายุมากและรูปร่างเล็กกว่าจึงสู้ไม่ไหว ก่อนจะที่เอาปืนที่ฝากไว้กับทางร้าน มายิงขู่ผู้ตาย 5 นัด แต่ผู้ตายก็ยังท้าทายและวิ่งหนีไป ด.ต.กันตพงษ์ จึงตามไประหว่างนั้น มีชาวบ้านที่รู้จักกับ ด.ต.กันตพงษ์ คิดว่าติดตามจับคนร้ายจึงพาซ้อนท้ายรถจยย. จนไปถึงอาคารที่เกิดเหตุ เมื่อผู้ตายเห็นได้พยายามวิ่งเข้ามาจึงยิงขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด แต่ผู้ตายยังวิ่งเข้ามาอีก ทาง ด.ต.กันตพงษ์ จึงยิงไป 2 นัด จนผู้ตายล้มลงนอนที่พื้นซึ่งไม่คิดว่าเสียชีวิต จากนั้นจึงกลับมานอนพักที่แฟลตตำรวจส่วนกลางใน สน.ลุมพินี กระทั่งมีฝ่ายสืบสวนติดตามมาจับกุม พร้อมยึดของกลางเป็นปืนออโตเมติก 1 กระบอก และมีลูกกระสุนปืน 1 นัดค้างในรังเพลิง จึงได้ทำการยึดไว้เป็นของกลาง