สะท้านขวัญแดนน้ำหอม หลังคนร้ายควงปืนกราดยิงตลาดคริสต์มาสชื่อดังระดับโลกในเมืองสตราสบูร์ก ตายเจ็บนับสิบ ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวชายชาวไทยเป็นเหยื่อกระสุนมรณะ เผยเพิ่งเดินทางถึงฝรั่งเศสได้เพียง 1 วัน ก่อนถูกยิงดับ ขณะที่ มือปืนถูกทางการไล่ล่าหลังถูกยิงเจ็บ

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนที่กำลังจับจ่ายซื้อสินค้าบริเวณจตุรัสแพลซเคลแบร์ ในตลาดคริสต์มาสของเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันพุธ ตามเวลาในไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย โดยคาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากในจำนวนผู้บาดเจ็บ มี 7 ราย ที่อาการสาหัส

รายงานข่าวแจ้งว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีชาวไทยรวมอยู่ด้วย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังตามการเปิดเผยของกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า นายอนุพงษ์ สืบสมาน อายุ 47 เป็นนักท่องเที่ยวเพิ่งเดินทางไปถึงฝรั่งเศส ได้เพียงวันเดียว โดยมีรายงานว่า นายอนุพงษ์ ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ ซึ่งในระหว่างการปฐมพยาบาลบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า เหยื่อกระสุนรายนี้ไม่มีอาการตอบสนอง หรือรู้สึกตัวแล้ว

ขณะเดียวกัน ทางด้านคนร้ายที่ก่อเหตุลงมือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า คือ นายเชอคาตต์ เชอรีฟ อายุ 29 ปี เกิดที่เมืองสตราสบูร์ก และเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อระวังด้านความมั่นคง ในฐานะที่มีแนวคิดกลุ่มก่อการร้าย หัวรุนแรง และพวกสุดโต่ง ของทางการฝรั่งเศส

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า นายเชอรีฟ ได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่สนธิกำลังกันระหว่างตำรวจและทหาร ที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ที่เกิดเหตุด้วย โดยขณะนี้ คนร้ายรายดังกล่าวกำลังถูกทางการล่าตัว

ขณะที่ ทางด้านประธานาธิบดีแอมานุแอล มากรง แห่งฝรั่งเศส ได้รับการเปิดเผยจากโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสว่า กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ก็ได้มีคำสั่งให้นายคริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุในเมืองสตราสบูร์กแล้ว

นอกจากนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ทางกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ได้มีแถลงการณ์ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด ซึ่งจะมีผลให้สามารถทางการสั่งปิดถนน ให้รถไฟฟ้าใต้ดินระงับให้บริการชั่วคราว หรือโรงเรียน ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ในยามที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าควบคุมสถานการณ์ ภายหลังจากเกิดเหตุกราดยิงข้างต้น และคนร้าย สามารถหลบหนีไปได้ แม้ได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะก็ตาม