หลังจากมนุษย์เริ่มมีการปฏิวัติใหญ่คือเริ่มมี “อารยธรรม” คือมนุษย์มีความรู้จนละเลิกวิถีชีวิตแบบ (เก็บและล่า” (แบบมนุษย์ยุคหิน) ได้แล้ว “วัฒนธรรม” ก็เจริญงอกงามตามมา

“วัฒนธรรม” เป็นส่วนสำคัญทำให้ “สมอง” ของมนุษย์ วิวัฒนนาการเร็วขึ้น เมื่อวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพ สังคมมนุษย์ก็ก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่”
ซึ่งในแต่ละ “ยุค” (ใหม่) มนุษย์ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางส่วน

น่าคิดว่านอกจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติแล้ว “วัฒนธรรม” ก็มีส่วนสำคัญในการวิวัฒนาการของสมองมนุษย์อย่างมากมาย
ยิ่ง “การสื่อสาร” มีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลง เกิด คอมพิวเตอร์ เกิดสมาร์ทโฟน ฯลฯ สมองมนุษย์ได้รับการกระตุ้น (รับสื่อ) มากมหาศาลขึ้น อีกไม่กี่สิปปีต่อไป สมองมนุษย์อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เป็นไปได้

ในเรื่องวิวัฒนาการของสมองมนุษย์ ก็มีนักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิจัยไว้ไม่น้อยสมองของมนุษย์ต่างจากสมองของสัตว์เดรัจฉานตรง “ส่วนหน้าของสมองส่วนหน้า prosencephalon หรือ forebrain)” เป็นสมองส่วนที่ด้านบนสุด ซึ่งเซลล์สมองส่วนนี้มีหน้าที่เชื่อมโยงประสานทุกเรื่องเข้าด้วยกัน มุษย์จึงมีความสามารถที่จะ วิเคราะห์ -สังเคราะห์ แล้วสร้างสรรค์ความคิดใหม่ออกมา

ส่วนหน้าสุดของสมองส่วนหน้าในมนุษย์ มีการเชื่อมโยงประสานการทำงานกันระหว่างเซลล์สมอง ได้มากกว่าเดรัจฉานวิวัฒนาการนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงโดยสารชีวภาพพันธุกรรมหรือ “ยีน” มันใช้เวลาเป็นแสนปีแต่ในแสนปีนั้น มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ที่อาจจะส่งผลถึงด้านชีววิทยาด้วย หมายความว่า วิวัฒนาการของมนุษย์นั้น เกิดขึ้นทั้งด้านชีววิทยา (ยีน) พร้อม ๆ กับด้านวัฒนธรรมหรือพฤติกรรมด้วย

เมื่อมนุษย์พัฒนาการเข้าสู่ “อารยะธรรม” Civilization เกิดภาษา เกิดการสื่อข้อมูลสารสนเทศ วิวัฒนาการของสมองมนุษย์เริ่มเร็วขึ้น จนกระมั่งถึงยุคมีตัวอักษร แล้วเกิดการ “พิมพ์หนังสือ”ขึ้น สิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรม” จึงยิ่งเติบโต-เปลี่ยนแปลง เร็วมากขึ้น จนดูเหมือนตัววัฒนธรรมนั้น มัน “มีชีวิต”

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน มีนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเสนอสมมุติฐานเรื่อง Meme ตั้งชื่อให้คล้าย ๆ กับ “ยีน” Gene พันธุกรรมที่มีผลต่อการวิวัฒนาการของมนุษย์
มีนักวิชาการเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ บทบาทของ “ข้อมูลที่กำนดพฤติกรรมของมนุษย์” ว่ามีบทบาทคล้าย ยีน-Gene ทางพันธุกรรม และเรียกมันว่า “มีม – Meme"

นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งเชื่อว่า Meme เป็นตัวกำหนดความคิดของมนุษย์ บางท่านให้คำนิยามว่า “มีม Meme หมายถึง ระบบค่านิยมหลักที่กำหนดพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์”“วัฒนธรรม” เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดมนุษย์รุ่นใหม่ แล้วมนุษย์รุ่นใหม่นั้น ก็เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอีก มนุษย์เปลี่ยนแปลงกันมาหลายพันชั่วรุ่น จนกระทั่ง บทบาทของ “อะไรบางอย่างในสมองมนุษย์” (คือ Meme)ที่เกิดจากวัฒนธรรม มีบทบาทมากขึ้นจนใกล้เคียงกับบทบาทของ gene ทางพันธุกรรม

อิทธิพลของ “มีม” จึงรุนแรงมากขึ้น...มากขึ้น สมองมนุษย์ยุคต่อไป จะเปลี่ยนแปลงมากแน่นอน ในอดีต ทารกวัย ๑-๒ ขวบ ต้องพึ่งแม่ถ่ายทอดข้อมูลสารสนเทศ (อันจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต) แต่ปัจจุบันทารกเรียนรู้รับข้อมูลสารสนเทศจากสมาร์ทโฟน ตั้งแต่ยัง ยืนและเดิน ไม่ได้ !

แล้ว ใครหรืออะไร กำกับ ควบคุม “ข้อมูล” ในโลกอินเตอร์เน็ต ให้อยู่ทำนองคลองธรรม ให้มนุษย์มีคุณธรรม จริยธรรม อันดี ตอบคือ ไม่มี......โลกอินเตอร์เน็ต ปล่อยให้ meme ชั่วร้าย แพร่กระจายได้อย่างเสรี สื่ออินเตอร์เน็ต มีข้อดีมากมาย แต่ก็มีด้านร้ายด้วย คือเผยแพร่ Meme ชั่วร้ายอย่างเสรีด้วย และ meme ชั่วร้ายเหล่านั้น ก้จะมีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์รุ่นต่อ ๆ ไปมากขึ้นเรื่อย ๆ