ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปีใหม่คนกรุงฉลองในเมืองเบื่อรถติด แย่งที่เที่ยว-อากาศหายใจ-กำลังซื้อหดต้องประหยัด เผยเม็ดเงินใช้จ่ายอยู่ที่ 30,800 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนใช้จ่ายเฉลี่ย5,600 บาท ขณะที่ของขวัญเน้นซื้อให้คนสำคัญเน้นคุณภาพ พร้อมใช้เงินหากร้านค้าลดราคาสินค้ากระหน่ำ ส่วนแจกเงิน 500 บาทไม่มีผลต่อคนกรุงเทพฯกระจุกตัวต่างจังหวัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยว่า เทศกาลปีใหม่ 2562 นี้ คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 59 ของคนที่ทำแบบสำรวจ เลือกที่จะเฉลิมฉลองอยู่ในกรุงเทพฯ ใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ร้อยละ 60 โดยให้เหตุผลว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ การจราจรค่อนข้างติดขัด คนหนาแน่น ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง ประกอบกับความกังวลในเรื่องของกำลังซื้อที่ยังต้องระมัดระวังการใช้จ่าย อย่างไรก็ดี แม้ว่าคนจะเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ แต่โดยภาพรวมแล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีการวางแผนและเตรียมงบประมาณไว้ใช้จ่ายและทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อของขวัญและเลี้ยงสังสรรค์ถือเป็นกิจกรรมที่คนกรุงเทพฯ เลือกทำมากที่สุด ซึ่งยังคงเป็นโอกาสของบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกที่จะเร่งกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ได้

ทั้งนี้คาดว่า เม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 30,800 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากราคาสินค้าและอาหารที่แพงขึ้น และถึงแม้ว่าในปีนี้ มาตรการช็อปช่วยชาติจะไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ในทุกหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สามารถลดหย่อนได้เฉพาะหนังสือและสินค้าโอทอป รวมถึงการแจกเงินปีใหม่ 500 บาทให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ทยอยแจกในช่วงเดือนธ.ค.61 น่าจะกระจายตัวอยู่ในกลุ่มคนต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกน่าจะมีการโหมจัดกิจกรรมกระตุ้นการขายในทุกกลุ่มสินค้าต่อเนื่องไปตลอดทั้งช่วงเทศกาล

โดยเม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 แยกเป็นค่าใช้จ่ายอาหารและเครื่องดื่ม 9,400 ล้านบาท รองลงมาคือ ท่องเที่ยวในประเทศ (ค่าเดินทางกลับบ้าน เดินทางท่องเที่ยว รวมถึงค่าที่พัก) 8,800 ล้านบาท ซื้อของขวัญ/ของฝาก 8,400 ล้านบาท การให้เงินพ่อแม่/พี่น้องเป็นของขวัญปีใหม่ 2,100 ล้านบาท และทำบุญ/ไหว้พระ 1,600 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ(ดูหนัง ฟังเพลง บริจาคสิ่งของ) 500 ล้านบาท ทั้งนี้งบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,600 บาท เทียบกับปี 2561 ที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,400 บาท

ส่วนการมอบของขวัญให้แก่กันยังคงเป็นกิจกรรมที่คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 55 ของคนที่ทำแบบสำรวจเลือกทำในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 มากเป็นอันดับ 1 แต่ทั้งนี้คนกรุงเทพฯ อาจจะวางแผนเน้นซื้อให้เฉพาะบุคคลสำคัญอย่างคนในครอบครัว รวมถึงการซื้อเพื่อนำมาร่วมจับฉลากภายในองค์กรหรือบริษัท ซึ่งประเภทของของขวัญที่ซื้อให้ในแต่ละกลุ่มก็มีความแตกต่างกันไป โดยของขวัญที่มอบให้คนในครอบครัวจะเน้นหมวดที่เกี่ยวกับสุขภาพเป็นหลัก เช่น กระเช้าของขวัญ สินค้าเพื่อสุขภาพและเครื่องแต่งกาย ส่วนของขวัญที่ซื้อเพื่อจับฉลากจะเน้นที่การใช้งานและตอบโจทย์ได้กับคนทุกกลุ่มมากกว่า เช่น อุปกรณ์เสริมไอที อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และช็อคโกแลต คุกกี้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรมีการจัดเตรียมสินค้า และทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่คนกรุงเทพฯ เลือกไปซื้อของขวัญและทำกิจกรรมต่างๆมากที่สุด ถึงร้อยละ 94 ของคนที่ทำแบบสำรวจ รองลงมาคือ ซูเปอร์มาร์เก็ต ชี้ให้เห็นว่า ร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้านยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการจับจ่ายของคนกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี เพราะมีสินค้าและบริการให้เลือกครบครันและครอบคลุมความต้องการของคนทุกเพศทุกวัย

อย่างไรก็ดี กระแสช็อปปิ้งออนไลน์ โดยคนกรุงเทพฯ ร้อยละ 28 เลือกใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้ ถือว่ามาแรงไม่น้อยเช่นกัน เพราะจากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างพบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มหันมาจับจ่ายผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน ซึ่งการสั่งซื้อที่ได้ความนิยมสูงคือ การสั่งซื้อผ่านช่องทาง Social Commerce อาทิ Facebook/ Instagram/ Line เพราะมีการเข้าใช้อยู่เป็นประจำ

ขณะที่การจัดกิจกรรมอีเว้นท์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลจูงใจให้คนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 56 ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ภายในร้านค้าปลีกนานขึ้น โดยอีเว้นท์ที่คนกรุงเทพฯ ให้ความสนใจมากที่สุด คือ การลดราคาสินค้าและชิงโชคของรางวัล เช่น รถยนต์ ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยว และทอง อีกทั้งจากการสำรวจพบว่า ลูกค้าแต่ละคนจะใช้เวลาในการเลือกซื้อของขวัญหรือทำกิจกรรมต่างๆ ภายในร้านค้าปลีกเฉลี่ย 3 ชั่วโมงต่อครั้ง ดังนั้นหากผู้ประกอบการค้าปลีกมีการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ดังกล่าวก็น่าจะช่วยดึง Traffic ของคนกรุงเทพฯ ให้เข้ามาใช้บริการภายในร้านค้าปลีกได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า รูปแบบการให้บริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนกรุงเทพฯ ได้อย่างตรงจุดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกแหล่งช็อปปิ้งได้เร็วขึ้น อาทิ เพิ่มบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการมาช็อปปิ้งเช่น พื้นทื่ทำกิจกรรม มุมพักผ่อน Free-WiFi ขยายเวลาเปิดให้บริการในบาง Zone ที่จอดรถการเชื่อมโยงข้อมูลของทางร้านค้ากับแอพพลิเคชั่นต่างๆ แจ้งสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น เช็คสถานะของที่จอดรถ แจ้งรายชื่อร้านค้าที่มีการให้บริการหรือร่วมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นช่วงปีใหม่ รวมถึงอีเว้นท์ที่จัดขึ้น การทำให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่า หรือเป็นคนพิเศษ หรือได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เมื่อเลือกใช้บริการกับทางร้านค้า เช่น เช็คอินสถานที่แล้วได้รับส่วนลดในการซื้อสินค้าภายในร้านค้า หรือเมื่อใช้บริการร้านค้าหนึ่งแล้วได้รับสิทธิประโยชน์จากอีกหนึ่งร้านค้าในรูปแบบ Co-Partner เป็นต้น