หนุ่มใหญ่เมืองตรังขับกระบะ เสียหลักพุ่งชนร้านข้าวแกง ติดในรถ อาการเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยระดมช่วยรอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม พ.ต.ต.เมธี ภิญโญประการ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีรถยนต์กระบะชนบ้าน มีคนติดในรถยนต์ ที่บริเวณ บ้านเลขที่ 104-106 ถนนบ้านโพธิ์ ซอย 13 ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิกุศลสถานตรัง แพทย์เวรฯหน่วยฉุกเฉิน แล้วจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ ที่เกิดเกตุพบมีประชาชนจำนวนมากกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ พบมีรถยนต์กระบะ ป้ายทะเบียน 1กฬ 7241 กรุงเทพมหานคร สภาพชนบ้านชาวบ้านพังยับนอนตะแคงอยู่มีคนขับติดอยู่ภายในรถยนต์ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยตรัง เร่งนำเครื่องมือทุบกระจกด้านและใช้เครื่องตัดถ่างยกรถยนต์ขึ้น เพื่อนำคนเจ็บออกมาจากตัวรถยนต์คนดังกล่าว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถนำร่างคนเจ็บซึ่งเป็นคนขับรถออกมาจากตัวรถได้สำเร็จ เบื้องต้นคนขับมีอาการสาหัสเนื่องจากแรงกระแทกอย่างแรงแต่ยังรู้สึกตัวและได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลต่อไป

นางนรี ศรีสุข อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104-106 ถนนบ้านโพธิ์ ซอย12 ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรังกล่าวด้วยอาการตกใจว่า ขณะเกิดเหตุตนเองได้อยู่ในบ้าน และได้ยินเสียงโครม และป้าก็พลัดตกเก้าอี้เลย ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองได้นั่งเย็บผ้าอยู่คนเดียว ในบ้านหลังดังกล่าว โดยส่วนที่รถชนพังเสียหายเป็นส่วนของร้านขายของ ขายข้าวแกง จะขายตอนหัวรุ่ง ประมาณ ตี 3 ก็จะมีคนอยู่แล้ว ถือว่าโชคดีที่เกิดเหตุตอนกลางคืนยังไม่มีคนอยู่ ส่วนความเสียหายมีหลังคาพังและอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย

สอบถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า คนขับรถกระบะ ทราบชื่อคือนายอติเมธ สมาธิ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.6 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ได้กลับมาจากงานเลี้ยงและขับรถจะกลับบ้านที่ ต.โคกหล่อ และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งคาดว่า นายอติเมธ น่าจะเลี้ยวเข้าซอย ตรงบริเวณบ้านโพธิ์ ซอย 13 แล้วเกิดการเสียหลักเนื่องจากถนนลื่นเพราะมีฝนตกลงมา จนทำให้เบรกไม่อยู่จนทำให้ชนเสาไฟฟ้าแรงสูงขาดเป็น 2 ท่อน (แต่โชคดีที่เสาไฟไม่ล้มเพราะสายไฟดึงกันไว้) แล้วทำให้รถพลิกค่ำเข้าชนร้านข้าวแกง เลขที่ 104-106 ถนนบ้านโพธิ์ ซอย12 ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง จนพังเสียหายทั้งร้านข้าวแกงและรถยนต์กระบะ และทำให้ นายอติเมธ คนขับติดในรถจนทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือนำออกจากตัวรถ และส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล ส่วนค่าความเสียหายทั้งหมด รอบริษัทประกัน(รถยนต์ประกันชั้น 1)มาประเมินค่าความเสียหายอีกครั้ง