ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

มาประเมินผล การเลือกตั้งทั่วไป 2562 ว่า มีแนวโน้มอย่างไร ??? ตัวปัจจัย ที่จะทำให้ประเมินผลได้ใกล้เคียง คือ “ ต้องมีข้อมูลที่เป็นจริงของแต่ะฝ่าย “และการเข้าใจสภาพความเป็นจริงของสังคม ที่เปลี่ยนไป ( ทั้งภายในและต่างประเทศ ) ซึ่ง นักวิเคราะห์ทั่วไป คงจะมีข้อมูลจำนวนหนึ่ง ระดับหนึ่ง แต่คงไม่สามารถมีได้ทั้งหมด ของทุกฝ่ายและแม้แต่ฝ่ายเดียวกัน และในพรรคเดียวกัน การรับรู้ ยังมีหลายระดับ , ในระดับสูง ก็จะรู้มากกว่าทั้งนี้ เพราะ “ บางเรื่อง สำหรับบางพรรค โดยเฉพาะ เก่าใหญ่ ทั้งสองพรรค มีลักษณะเฉพาะของเขา” เพราะ “ มีบางเรื่อง อาจจะหมิ่นเหม่ ต่อ กฎหมาย และ กกต. “ ซึ่งต้องรู้กัน น้อยที่สุด ความเป็นพวกเป็นพ้องที่ใกล้ชิด ไว้ใจได้ เพราะ “ หลายคน มักหลุด เพราะ ชอบพูดอวดคำโต” ยังมีความเป็นมุ้ง เป็นฝ่าย ในพรรคเดียวกัน ไว้ใจกันได้ยาก

บางพรรค อาจจะเป็นสองปีก ที่เตรียมแยกฯ ขณะที่พรรคอื่นๆ ก็มีบางอย่าง ที่เหมือนกัน ในลักษณะของนักเลือกตั้ง ที่มีความเก๋า ประสบการณ์ยาวนาน พรรคใหม่ ที่มีลักษณะอุดมคติ จะมีความตรงไปตรงมามากกว่า แต่ประสบการณ์ก็จะน้อยกว่าด้วย ขณะที่พรรคปีกรัฐบาล มีคนหลากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายจริงใจ และฝ่ายที่แตกออกมาจากพรรคใหญ่ ที่มีหลายเหตุ ก็มีอะไรที่แตกออกไป มีทั้งเรื่องที่เหมือนและต่างกัน พรรคที่เก๋าเกมส์ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งเชี่ยวทางการเมือง ที่คุมเกมส์โดยเจ้าของทุน ฯ มีโอกาสไม่น้อยและ ไม่ถูกเพ่งเล็งหรือกดดัน มากเท่ากับ: พรรคเก่าใหญ่ และพรรคใหญ่ของรัฐบาล ฯ

เรามาพิจารณา ปัจจัยและองค์ประกอบ ของแต่ละฝ่าย ดูกัน

พรรคฝ่ายทัก

1. ลักษณะทั่วไป

1.1 ผู้กำหนด และผู้ตัดสิน ก็คือ “ เจ้าของพรรคและเจ้าของทุน” จะมีอำนาจสูงสุด แต่ปัจจุบันอำนาจลดลง ตามสภาพความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นจุดอ่อนลง

1.2 ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนด รองลงมา คือ “อำนาจรัฐ” ที่ยังคงมีบทบาทในระดับหนึ่ง แต่ลดลงฯ อำนาจต่อมวลชนฐานคะแนน ที่สร้างขึ้นจาก “นโยบายประชานิยม อิทธิพลที่เอื้อประโยชน์ให้ได้”การใช้หลักโฆษณามอมเมา ให้ “ ศรัทธา เชื่อถือ และขึ้นต่ออย่างปักหัว “ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

โดยการใช้สื่ออย่างเป็นระบบและกระบวนการ ในหลายระดับ หลากขั้นตอน มีความถี่ต่อเนื่อง ,ที่สำคัญอำนาจทุน “ เงิน “ ที่จ่ายในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ในช่วงแรก “ ทักอ้อ “ เป็นผู้จ่ายหลัก แต่หลังจากการเป็นรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ “ ผู้มีทุนมีอิทธิ ที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี หรือผลประโยชน์ทั้งโดยตรงและอ้อม “ เป็นผู้จ่ายหลัก แลกกับปริมาณตำแหน่งและผลประโยชน์ที่ได้นายทุนใหญ่ระดับนี้ ยังคงมีอยู่จำนวนหนึ่ง ที่เคยได้รับผลตอบแทนมหาศาลมาแล้วและยังคงเป็นคงมี “ ทุนที่ได้ไป โดยมิชอบ อยู่ไม่น้อย เลขหลากหลัก ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ฯ “ และ อาจจะมีข้อตกลงเฉพาะ ที่ทำให้ต้องอยู่ไปตลอด คือ “ ต้องจ่ายล่วงหน้าไปก่อน หลายหลัก”

น่าแปลกใจ ที่ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายมีอำนาจ ไม่ได้”จัดการเอาเงินที่ไม่สุจริตคืนกลับมาสู่ประชาชน ทั้ง“นายทุนใหญ่พรรคเหล่านี้ “ แม้แต่เงินทอนก้อนมหาศาล ที่อยู่ในครอบครัวลูกหลานและคนใกล้ชิดเงินเหล่านี้ มีฝ่ายการเงินการบัญชีบางแห่ง กระซิบว่า “ หลายแสน ……”

1.3 หัวใจหลัก ที่ทำให้คนหลากประเภทหลายความคิด ขึ้นต่อ คือ “ การได้เป็นรัฐบาลและรัฐสภา”ที่จะตอบสนองได้อย่างคุ้มค่า ในตำแหน่งรัฐมนตรี ตำแหน่งสส . สว. เลขา ที่ปรึกษา ประธานกรรมการและอนุฯ รวมทั้งประธานและกรรมการบอร์ดต่างๆแต่ตอนนี้ มีแนวโน้มลดลงมากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือโอกาสน้อยที่จะเป็นรัฐบาล ฯลฯ

1.4 การเก่งกาจสามารถและรอบรู้ของตัวเจ้าของพรรค ทำให้ได้เห็นจุดแข็งจุดอ่อนของการเลือกตั้งของการเข้าสู่อำนาจรัฐและการใช้อำนาจ และการตรวจสอบอำนาจรัฐ และระบบราชการ ตำรวจ อัยการและกระบวนการยุติธรรรมฯ ซึ่งมีความเหนือกว่า พรรคการเมืองต่างๆ แม้แต่รัฐบาล (ในช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน )

1.5 การทุ่ม จัดจ้าง “ทีมวิจัยและประเมินแผนการเลือกตั้ง การจัดการ และการแก้ไข เพื่อให้บรรลุผล” ซึ่ง ทีมเช่นนี้ เป็นมือระดับโลก มีความรู้ประสบการณ์และอำนาจการเชื่อมโยงกับประเทศและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งแม้ค่าจ้างจะแพงหูฉี่ แต่ก็คุ้ม และทำให้ “ เขา “ มีความเหนือกว่าพรรคต่างๆแม้แต่ในเรื่องสถาบันหลักของชาติฯ เขาก็ใช้ทีมเหล่านี้ สร้างประเด็นข้อมูลฯ ทำให้หน่วยงานระดับรัฐและสื่อของประเทศมหาอำนาจและตะวันตก รวมทั้งชาวต่างประเทศและคนไทยเข้าใจผิดต่อสถาบันฯ

1.6 มีความหลากหลายสูงมาก ร้อยพ่อพันธ์แม่ ทั้งคนดี คนดีน้อย หรือแย่เอามากๆ แต่สุดท้าย ต้องยอมทำตามเจ้าของ เพราะไม่มีทางเลือกแต่ปัจจุบัน สภาพอำนาจต่อรอง กดขี่ข่มเหง “ คน และมุ้งต่างๆภายในลดลงแล้ว” ไม่สามารถทำได้แบบเติม หรือ หากอาจมีอยู่ จากเครือข่ายที่สร้างไว้ ก็ลดลง ไม่เหมือนเดิมแล้ว

1.7 การที่ต้องหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ทำให้มีข้ออ่อน ในเรื่องของข้อมูล ข้อเท็จจริง และ ความรวดเร็ว ของการตัดสินใจ ต่อพรรค ที่อยู่ในเมืองไทยการสั่งการที่มีข้อตกลงให้ปฏิบัติ แม้ว่าจะใช้ตัวแทน และสื่อหลายประเภท ติดทั้งตรงและอ้อม แต่ เรื่องที่มีความสำคัญและเป็นคำสั่งให้ปฏิบัติ ต้องใช้การเจอหน้าต่อตัวกัน ฉะนั้น การบินมาฮ่องกง สิงคโปร์ ฯ และให้ลูกสมุนบริวารคลานไปพบ จึงเกิดขึ้นในช่วงสำคัญ เช่น การเลือกตั้ง หรือ การปฏิบัติการทางการเมืองการทหาร อย่างที่ผ่านมา ฯ

1.8 การมีหลายปีก หลายกลุ่ม หลายมุ้ง ทำให้ ต้องมีการบริหารที่ทั้งเด็ดขาด และยืดหยุ่น จึงมีปรากฏการณ์ที่ได้ไม่เท่ากัน บางคนได้มาก บางส่วนได้น้อย และมีบางส่วนไม่ได้ หลายส่วนที่ไม่ใช้ประเภทคนใกล้ชิด จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งๆที่บางส่วนลงทุนฯไปมากกว่าฯ

1.9 มีคนใกล้ชิด หากมีตำแหน่ง และมีทุน มีบารมี และได้รับความเชื่อถือจากสังคมมาก ก็จะมีบทบาทในการแสดงความคิดเห็น เป็นข่าวสาธารณประจำ แต่บางคนเก่งฉลาด เป็นเซียน จะไม่แสดงบทบาทออกหน้า จักบัญชาการอยู่เบื้องหลังส่วนนี้ “ กระเป๋าหนัก และเป็นนายทุนใหญ่ ให้แก่ปีกของพรรคและบางคน ที่เขาสั่งมา”

1.10 คนที่เก่ง มีประสบการณ์ ในระดับสูง เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับเจ้าของ มีน้อย หรือแทบไม่มีทำให้ เป็นทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อน

1.11 ตัวเจ้าของ ใช้ทุกปัจจัยให้เกิดอำนาจต่อรอง และการนำเอามาใช้ประโยชน์ ทั้งภายในพรรค ต่างพรรค นอกพรรค รัฐ หน่วยงาน ฯ ที่ยังมีอิทธิพลและบารมี ฯ ข้อที่เหนือกว่า พรรคใหญ่เก่า และหลายพรรคที่มีหลักการ คือ “เจ้าของพรรคนี้ ใช้ทุกวิถีทาง ทั้งถูก และ ผิด เปิดเผยและปิดลับ” โดยมีหลัก ไม่สนใจวิธีการ ขอให้บรรลุเป้าหมายโดยเฉพาะ ในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา

1.12 ขอเป็นข้อสุดท้าย ที่เกี่ยวกับเรื่องใหญ่ของเจ้าตัว คือ เรื่อง อารมณ์ที่ผันแปรง่าย โดยเฉพาะ ยามโกรธ ไม่ถูกใจ จะหลุดและพลาดง่ายๆ มีตัวอย่างที่สาธารณชน ได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เช่น ตอนออกมาบัญชากรให้แกนนำ ไปบุกยกเลิก การประชุมอาเซียน + 6 ที่พัทยา ในปี 2552 และการชุมนุมใหญ่ปิดกรุงเทพฯเผาเมือง ปี 2553 และมีมาเรื่อยๆ โดยในครั้งหลัง ตอนที่ยั้ว ในเรื่องของการจัดทัพสั่งการสู้ศึกเลือกตั้งฯ ถัดมา เรื่องของความ “ ขี้เหนียว “ ไม่ลงทุนหรือจ่ายง่าย หากไม่คุ้ม โดยจะให้ “นายทุนใหญ่บางคน” จ่ายแทนหรือออกไปก่อน แล้วมาเอาคืน“เป็นงบประมาณแผ่นดิน ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าเงินต้นหลายเท่า” เรื่องนี้ วงในจะรู้กันดี แต่ไม่กล้าพูดออกมาทางสาธารณะ เพราะเจ้าตัวก็สมรู้ร่วมคิด ทำผิดด้วย มีเรื่องที่ได้รับการถ่ายทอดตรง จาก “อาผู้ใหญ่บางคน ที่เป็นพ่อของอดีตคนมีอุดมการณ์ เล่าให้ฟัง” “มันขี้เหนียว แล้วเอาเปรียบ ให้ไปทำงาน โดยบอกว่า ให้จ่ายไปก่อน แต่เสร็จงานแล้ว มันกลับเฉย” เรื่องใหญ่ที่ “ ไม่ทำคำมั่นสัญญา “ ที่หัวหน้ามุ้ง ปวดใจกันหนัก และได้ระบายออกมา เมื่อคราวไปประชุมสุมหัวด่านายใหญ่ “ ไม่รักษาคำพูด สัญญา เรื่องโควตารัฐมนตรี โดยให้น้อยกว่าที่ตกลง และเรา ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ หลังเลือกตั้ง เขาใหญ่ และไม่ต้องการเราอีก มีแต่เราต้องไปอ้อนวอนขอตำแหน่งจากเขา” หลายคนสบถว่า “คงมีสักวันที่จะเอาคืน”

แต่ที่ผ่านมา ไม่มีเงื่อนไขทำได้ จึงต้องยอม “มัน” มันจึงขี่คอเราตลาด และแต่ละมุ้ง ต่างวิ่งเข้าหาเขา รองสุดท้าย คือ การด่าออกอากาศ ต่อ หัวหน้ามุ้ง และ อดีตรัฐมนตีและสส.บางคน ที่ออกไปร่วมกับพรรครัฐบาล เพราะ มองไม่เห็นอนาคตของพรรค และยังไม่ยอมจ้างของใหม่และของคงค้างโดยไม่เห็นหัว และเห็นคุณค่า ที่พวกเขา ยอมทำให้ เพราะ คิดว่า เป็นผู้ใหญ่จะรักษาคำพูดเรื่องเหล่านี้ ทำให้ พวกเขาเสียหาย และถูกพวกเดียวกันรังเกลียด รวมทั้งมวลชนที่ยังศรัทธาเขาอยู่ฉะนั้น ความแค้นที่สะสมมา คงจะถูกเอาคืนบ้าง ในโอกาส การเลือกตั้ง ปี 2562 นี้

สุดท้ายจริงๆ ก็คือ “เรื่องสุขภาพ “ ซึ่งแทบไม่มีใครรู้จริง ยกเว้นคนในครอบครัว เรื่องที่น่าเชื่อคือ “ เคยมีปัญหาสุขภาพจริงๆ และมีอาการรุนแรงมาก” แต่อาจจะเป็นว่า “ มีการรักษาที่ดีเยี่ยม ราคาแพงมหาศาล ที่ทำให้อาการดีขึ้น แต่ ทางแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ บอกว่า “ ไม่มีทางหายขาด เพียงแต่ประคองไว้” แต่เนื่องจาก ความทันสมัยความเชี่ยวช่ญเฉพาะทางของแพทย์ชั้นนำ ทำให้เขายังเต้นแร้งเต้นกาได้ แต่อย่างไรก็ตาม“ ด้วยอายุและวัยขนาดนี้ และอารมณ์ที่ไม่แน่นอน “ ปัญหาสุขภาพจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่มีผลต่อการสู้และการจัดทัพ ก็อยู่ที่การตัดสินใจว่า “ คุ้มหรือไม่ ที่จะลงทุนใหญ่” ซึ่ง ตอนนี้ก็โผล่เงาออกมาแล้ว จากการแตกพรรค โดยมี “ ผู้รับผิดชอบ” แยกกันรับ