เราจำเป็นต้องเน้นเขียนบอกกล่าวกันบ่อย ๆ ว่า “วัฒนธรรม” เป็นเรื่องสำคัญมาก สังคมมนุษย์ทั่วโลกมีปัญหามากมาย ปัญหารากฐานทั่ว ๆ ไป จะคล้าย ๆ กัน เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจาก “ธรรมชาติของมนุษย์” เช่น กิเลส ตัณหา อวิชชา แต่ปัญหาระดับรูปธรรมที่แสดงออกในสังคมมนุษย์แต่ละชาติพันธุ์จะแตกต่างกัน เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจาก “วัฒนธรรม” มีมีรากเหง้ามานับพันปี

การปกครองเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่มนุษย์ต้องรับมือกับปัญหาดังกล่าวข้างต้น ปัญหามีในมนุษย์ทุกคน ปัญหาของมนุษย์หลายล้านคนในสังคม รวม ๆ กันแล้วมันใหญ่โตมหึมา คนไม่กี่คนบนยอดปิรามิดสังคมมนุษย์แก้ไขไม่ได้หรอก

ถ้ามองสังคมมนุษย์อย่างนี้ จิตของเราก็จะเกิด เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ได้ แล้วจะเห็นว่าการแก้ไขปัญหาสังคมต้องทำงานด้านวัฒนธรรมเป็นหลัก

บางท่านอาจจะใช้คำว่า แก้ปัญหาสังคมด้วยการศึกษา แต่ “การศึกษา” ยังกินความแคบว่าคำว่า “วัฒนธรรม”เท่านั้นเอง

การแก้ไขปัญหา ในสังคมไทยนั้น คนส่วนใหญ่มักคิดถึงระบอบการปกครองและระบอบเศรษฐกิจจึงเรียกร้องการปฏิรูปเรื่องนี้เป็นหลัก และก็ใจร้อนอยากเห็นผลสำเร็จทันทีทันใดด้วย

สังคมไทยเคยเกิดความขัดแย้งต่อสู้กันเองจากปัญหาเรื่องระบอบการปกครอง ระบอบเศรษฐกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ 2475 กับผลพวงการต่อสู้ที่ตามมา , สงครามประชาชนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไท ยกับรัฐบาล เป็นต้น บางปัญหาในสังคมมีความเปลี่ยนแปลง ดีขึ้น แต่บางปัญหาก็ยังก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงน้อย สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการที่สังคมไม่เห็นความสำคัญของปัญหาทางวัฒนธรรม

ทำไมหลายสิบปีแล้ว ยังแก้ปัญหานักเรียนอาชีวะ “ฆ่า” กัน ไม่สำเร็จ ? เมื่อสี่สิบปีก่อนยังเป็นเรื่อง “เด็กตีกัน” แต่ทุกวันนี้มันพัฒนาเป็นเด็กฆ่ากันและฆ่าคนอื่นที่ถูกลูกหลง

ทำไมผักตบชวากลายเป็นปัญหาระดับชาติ

ทำไมข้าราชการครูเป็นหนี้มหาศาล

ทำไมวงการสงฆ์จึงยังมีอิทธิพลทางการเมืองสูงนัก

ทำไมกองทัพไทยจึงนึกว่าตนเองเป็น “พระเอกขี่ม้าขาว” ฯลฯ

ทำไมยังมีคนฝากความหวังกับการปฏิรูป

ก็เพราะเราเป็น “แบบไทย”

การขยับเขยื้อน พัฒนาเปลี่ยนแปลงสังคมไทยนั้นต้องปรับเปลี่ยนคนไทยหลายสิบล้านคน

แต่คนไทยส่วนใหญ่มักจะเรียกร้องให้คนอื่นขยับเขยื้อน โดยตนเองนิ่งอยู่เฉย ๆ

สังคมไทยเรียกร้องให้ปฏิรูปเศรษฐกิจการเมือง โดยไม่รู้ว่าต้องปฏิรูปวัฒนธรรมก่อน