เสือตัวที่ 6

การสร้างแนวร่วมขบวนการก่อไฟใต้ให้สามารถยืนหยัดยืดเยื้อมาอย่างยาวนานกับรัฐไทยได้อย่างทรงพลัง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแนวร่วมการขับเคลื่อนการต่อสู้ให้เดินหน้าไปอย่างคงเส้นคงวา ซึ่งแนวร่วมเหล่านั้น จะเป็นพลังสำคัญในการสืบทอดแนวคิดการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์กับรัฐ ท่ามกลางความรู้สึกนึกคิดของความเห็นต่างจากรัฐในทุกรูปแบบอันเกิดจากกระบวนการหล่อหลอมกล่อมเกลาที่เรียกกันว่า กระบวนการบ่มเพาะแนวคิดเห็นต่าง ไปจนเกิดแนวคิดสุดโต่งที่มองรัฐและคนของรัฐ เป็นศัตรูคู่อาฆาตเพื่อต่อสู้กับคนเหล่านี้ในทุกวิถีทางให้ได้ชัยชนะในที่สุด ซึ่งการสร้างแนวร่วมขบวนการนี้ด้วยกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกให้เกิดกับกลุ่มคนในท้องถิ่นกับคนที่มีความเชื่อทางศาสนาและชาติพันธุ์ ได้มีวิวัฒนาการการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ทั้งในสถานศึกษาที่เมื่อครั้งในอดีตที่ผ่านมาไม่นาน เป็นพื้นที่ปิดซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ เข้าไม่ถึง ควบคู่กับการบ่มเพาะขยายแนวคิดแปลกแยกดังกล่าว ให้เกิดขึ้นกับผู้คนในทุกเพศทุกวัยในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่นอกโรงเรียนด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอันเป็นเรื่องจริงของกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นพื้นที่นอกสถานศึกษาที่เรียกกันว่าโรงเรียน พบว่า มีการดำเนินการมาอย่างยาวนานในรูปแบบของวิถีชีวิตท้องถิ่นทั้งในร้านน้ำชา และบ้านเรือนทั่วไปในลักษณะที่แทรกปนไปกับวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนที่มีการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับทุกข์กันของคนในชุมชนอย่างแนบเนียน และจวบจนปัจจุบัน การหล่อหลอมแนวคิดที่สร้างความเห็นต่างจากรัฐ ก็ยังคงดำรงอยู่ หากแต่มีรูปแบบที่มีความแนบเนียนเพื่อปกปิดการตรวจพบของเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการอบรมให้ความรู้แลกเปลี่ยนความคิดความเห็นของการพบปะกันในแบบกลุ่มภาคประชาสังคมในชื่อต่างๆ นับร้อยกว่ากลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเยาวชนเพื่อการศึกษา หรือกลุ่มศึกษาประวัติศาสตร์ เป็นต้น ตลอดทั้งการออกไปจัดกิจกรรมค่ายฤดูร้อน นอกโรงเรียน ที่มีพื้นที่กิจกรรมอยู่นอกเขตรับผิดชอบปกติของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมายจากระดับนโยบาย

เหล่านี้ ล้วนเป็นวิวัฒนาการของรูปแบบการหล่อหลอมกล่อมเกลาแนวคิดแปลกแยกแตกต่างจากรัฐ ที่มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน โดยอาศัยช่องว่างของระบบราชการของรัฐ ที่ต้องดำเนินการตามกฎ กติกา อำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ช่องว่างเหล่านั้น เป็นโอกาสที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มแกนนำขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังคงดำเนินการสร้างแนวร่วมความเห็นต่างให้เกิดกับสมาชิกทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าให้ร่วมกันขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐได้อย่างมีพลังต่อไปตราบเท่าที่ต้องการ หากแต่กลยุทธ์การต่อสู้ อาจเปลี่ยนไปจากยุคก่อนที่พยายามสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ประชาคมโลก เห็นถึงความขัดแย้งที่มีการต่อสู้กันด้วยอาวุธ ระหว่างคนกลุ่มน้อยในพื้นที่กับรัฐผู้ปกครอง อันจะนำไปสู่การเข้ามาระงับยับยั้งความรุนแรงของประชาคมโลก และนั่นคือหนทางที่จะนำไปสู่การลงประชามติ แยกตัวเป็นอิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่แห่งนี้

ซึ่งกลยุทธ์ที่ผ่านมาดังกล่าว ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างเป็นผล ด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐ ได้มีการแก้เกมอย่างทันท่วงที ด้วยการดำเนินการอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วน ทำให้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ มีความรับรู้และเข้าใจในความประสงค์ดีของรัฐมากขึ้น ประกอบกับการดำเนินการของรัฐ ที่พยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีรุนแรงของกลุ่มผู้เห็นต่างเหล่านั้น ด้วยกระบวนการแบบสันติวิธี เน้นการแก้ปัญหาโดยทำความเข้าใจรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่มากขึ้น ควบคู่กับการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ผู้กระทำความคิด ก่อเหตุร้ายได้อย่างชัดเจน จนนำไปสู่การจับกุมตัวเข้ามาพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรมของรัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการดำเนินโครงการ “พาคนกลับบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดร่วมขบวนการ เข้ามาต่อสู้ในระบบยุติธรรมของรัฐอย่างสันติวิธี ควบคู่กับกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างจริงจัง ส่งผลให้แกนนำขบวนการที่ยังมีแนวคิดสุดโต่ง นิยมความรุนแรง ต้องสั่นไหวไปกับกลยุทธ์ของรัฐที่สามารถเรียนรู้เท่าทันความคิดและปรับตัวรองรับกลยุทธ์ของฝ่ายขบวนการได้อย่างเป็นผล

การต่อสู้ที่ต้องการคงสภาพความขัดแย้งรุนแรง ด้วยการต่อสู้กันด้วยอาวุธของรัฐกับคนในพื้นที่บางส่วน จึงเป็นอันต้องถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นการต่อสู้ทางความคิด เป็นการต่อสู้ทางความคิดที่เห็นต่าง แปลกแยกระหว่างคนในพื้นที่บางส่วนกับรัฐ โดยอาศัยการบ่มเพาะแนวคิดนอกพื้นที่โรงเรียนเป็นหลักในการคงความคิดความเห็นที่แตกต่างจากรัฐให้ดำรงคงอยู่กับคนในพื้นที่อยู่ต่อไปให้ยาวนานที่สุด เพื่อเป็นกลุ่มคนที่จะเป็นแนวร่วมทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ในการสานต่ออุดมการณ์การต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐตามที่กลุ่มแกนนำต้องการ อย่างน้อยก็เป็นการเตรียมคนในพื้นที่เอาไว้ ให้พร้อมขับเคลื่อนในรูปแบบอื่นๆ เมื่อโอกาสเอื้ออำนวย เป็นการเตรียมคนเอาไว้เมื่อสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งสุกงอม โดยมีเงื่อนไขเฉพาะที่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวบังเกิดขึ้น หรืออย่างน้อย ก็ใช้โอกาสที่มีแนวร่วมลับๆ ในการลงคะแนนเสียงเลือกผู้นำท้องถิ่น และผู้นำระดับชาติที่เป็นกลุ่มของตน ได้เข้าไปขับเคลื่อนการต่อสู้ในระดับนโยบายชาติต่อไป

เหล่านั้น จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ มิอาจไว้วางใจในความสงบเงียบของสถานการณ์ในพื้นที่แห่งนี้ได้ ความสงบเงียบที่กำลังมีการก่อคลื่นใต้น้ำในรูปแบบต่างๆ ที่กล่าวมา เพียงรอวันและเวลาที่พร้อมจะถาโถมเข้าใส่ทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า การบ่มเพาะแนวคิดความเห็นแปลกแยกที่ดูเหมือนว่า รัฐได้เข้าไปเกาะติด แทรกแซง ระงับยับยั้งการบ่มเพาะในโรงเรียนบางแห่งได้แล้ว หากแต่ว่า แกนนำ นักคิดของขบวนการ ไม่เคยยอมจำนน พวกเขายังปรับรูป แปลงร่างไปในรูปแบบต่างๆ ที่ยังคงมีการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งนอกโรงเรียนในรูปแบบต่างๆ ทั้งรูปแบบภาคประชาสังคม และการจัดกิจกรรมนอกโรงเรียน หรือรูปแบบที่ไม่เป็นทางการในชุมชน ล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นที่หน่วยงานความมั่นคง จะต้องตระหนักรู้ และปรับตัวให้ทันกับการสร้างแนวร่วมขบวนการที่ฝ่ายต่อต้านรัฐดำเนินการอยู่นอกโรงเรียน ซึ่งแน่นอนว่า หากขบวนการร้ายแห่งนี้ ขาดแนวร่วมในจำนวนที่มากพอเมื่อใด แกนนำทั้งหลาย ก็ไม่มีทางเลือกในการยอมเข้าสู่แนวทางสันติวิธีและเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐต้องการในที่สุด