เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการรายงานข่าวเศรษฐกิจที่น่าสนใจ 2 ข่าวในวันเดียวกันคือในวันที่ 6 ธันวาคม2561

หนึ่งคือข่าวการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย โดยวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธันวาคม 2561 ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ผลปรากฏว่า นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 2561 ซึ่งเป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยปีนี้ หมอเสริฐถือครองหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 77,129.32 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41%

ในปีนี้มีเศรษฐีหุ้นหน้าใหม่ติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรกในอันดับที่ 2 คือ สารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF เข้ามาติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรกจากการนำหุ้น GULF เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 โดยในวันแรกของการซื้อขาย ราคาหุ้น GULF พุ่งไปแตะสูงสุดที่ 59.50 บาท จากราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 45 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.50 บาท หรือ 32.22%หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 76.25 บาท ณ 30 กันยายน 2561 หรือเพิ่มขึ้นถึง 69.44%

อีกหนึ่งคือข่าว คือศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2561 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีจำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนที่ 316,623 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.8% แบ่งเป็น หนี้ในระบบ 64.7% และหนี้นอกระบบ 35.3% โดยมีการผ่อนชำระต่อเดือน 15,925 บาท แบ่งเป็น หนี้ในระบบ 17,114 บาท และหนี้นอกระบบ 5,193 บาท

อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษ Thailand' transformation under the 20 year national agenda มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทั้งการเงิน การคลัง ที่มั่นคงแล้ว ไทยจะเข้าสู่การเลือกตั้งซึ่งเป็นที่รับรู้ทั้งคนไทยและต่างชาติที่รัฐบาลจะเดินไปตามโรดแมป(Road Map) ที่วางไว้ ประกอบกับการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ที่มีความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานหลัก ทั้งหมดจะเป็นแรงส่งเสริมให้ไทยก้าวต่อไปได้ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและภาพรวมการปฏิรูปประเทศ

เราคาดหวังว่า ปัจจัยสำคัญ ทั้งการเลือกตั้ง และอีอีซี นอกจากจะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยและเอเชียแล้ว ยังจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย