เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทุ่มทุน 400 ล้านบาท ผุด แฟล็กชิพมาสเตอร์พีซระดับโลก "ไอคอน ซีเนคอนิค" ภายใต้คอนเซ็ปต์ "วัฒนธรรมบันเทิงสู่อนาคต" เจาะตลาดฝั่งธน หวังเป้าขายตั๋วปีแรกรวมเกือบ 2 ล้านใบ

นายวิศรุต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการ บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดเผยว่า โรงภาพยนตร์"ไอคอน ซีเนคอนิค" ถือเป็นแฟล็กชิพมาสเตอร์พีซชิ้นเอกระดับโลก ที่ออกแบบโดย มร.ดิเอโก กรอนดา (Mr.Diego Gronda) นักออกแบบฝีมือระดับโลก ผู้ออกแบบโรงละคร โกดัก เธียเตอร์ ,โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต และเมกา ซีนีเพล็กซ์ โดยโรงภาพยนตร์ ไอคอน ซีเนคอนิค ตั้งอยู่บนพื้นที่ 11,062 ตารางเมตร บนชั้น 6-8 ของไอคอนสยาม ประกอบด้วย 13 โรงภาพยนตร์ และ 1 ลิฟวิ่งรูม รวม 2,781 ที่นั่ง และเป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกในเครือเมเจอร์ที่ครบทุกระบบไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์วีไอพี, 4DX, Kids Cinema, IMAX และโรงปกติที่ฉายด้วยระบบLaser Projector ทุกโรง ภายใต้งบลงทุนรวม 400 ล้านบาท แบ่งเป็นงบก่อสร้าง 260 ล้านบาท และลงทุนด้านไอทีและเทคโนโลยี ขณะที่ราคาตั๋วหนังจะเริ่มต้นที่ 250บาท-4,000 บาท

สำหรับกลุ่มลูกค้าของ ไอคอน ซีเนคอนิค จะเป็นชาวไทย 70% และชาวต่างชาติ 30 % อายุระหว่าง 18-55 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ ทั้ง นักเรียน นิสิต นักศึกษา คนทำงาน และข้าราชการที่อยู่ในย่านฝั่งธนบุรี และพื้นที่โดยรอบของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ และพักผ่อนในโรงแรมย่านดังกล่าว

ทั้งนี้เพื่อเป็นการฉลองการเปิดให้บริการ ไอคอน ซีเนคอนิค สัญลักษณ์ใหม่ของโรงภาพยนตร์ระดับโลก เมเจอร์ได้จัดแคมเปญคืนกำไรลูกค้าด้วยราคาพิเศษให้สนุกมีความสุขกับการดูหนังช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับลูกค้าที่ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่าน App Major Movie Plus ในราคาพิเศษเพียง 120 บาท (ที่นั่งปกติ) ทุกเรื่อง ทุกรอบ ตลอดเดือนธันวาคม 2561 จำนวน 50,000 ท่านแรก


"เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 61 เป็นวันที่โรงภาพยนตร์"ไอคอน ซีเนคอนิค" ที่ไอคอนสยาม เปิดใช้บริการเป็นวันแรก มีลูกค้าเข้ามาชมภาพยนตร์เป็นจำนวนมาก และสามารถขายตั๋วได้สูงที่สุดมากถึง 6,000 ใบ ภายในวันเดียว มากกว่าการขายตั๋วของโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์"

นายนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป กล่าวว่า ด้านแผนการดำเนินธุรกิจในปี2562 เมเจอร์จะเร่งผลักดันการฉายภาพยนตร์ไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ซึ่งในปีหน้าจะมีจำนวนภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายราว 320 เรื่อง แบ่งเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศ 270 เรื่อง และภาพยนตร์ไทย 50 เรื่อง โดยจะมีภาพยนตร์ของค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส ในเครือของบริษัทจำนวน 23 เรื่อง เข้าฉาย

นอกจากนี้เมเจอร์ฯยังเดินหน้าเน้นการให้บริการกลับกลุ่มลูกค้าองค์กรมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดประชุม สัมนา หรือเหมาโรงภาพยนตร์ ซึ่งในปี2562 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของลูกค้ากลุ่มองค์กรเป็น 10% จากปัจจุบันที่ 5% พร้อมรุกผลักดันการใช้บริการการจอง-ซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์"Major Movie Plus" มากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนการซื้อบัตรชมภาพยนตร์แบ่งเป็น 70-80% มาจากการซื้อผ่านตู้ขายตั๋วอัตโนมัติหน้าโรงภาพยนตร์, 10% มาจากการซื้อตั๋วผ่านเคาน์เตอร์ Box Office และอีก 10% มาจากการซื้อตั๋วผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยใน 3 ปีเมเจอร์หวังสัดส่วนการซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือจะเป็น 80%, การซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่านตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ 20% โดยในส่วนของการซื้อตั๋วผ่านเคาน์เตอร์ Box Officeจะยกเลิกไปทั้งหมด ทั้งนี้ในส่วนของเป้าหมายรายได้ปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้10% ตามเป้าที่วางไว้