กระทรวงเกษตรฯ ลุยแก้ปัญหาเขาหัวโล้น เดินหน้าโครงการทับเบิกโมเดลเร่งพลิกฟื้นคืนผืนป่า เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ผลผลิตของเกษตรกร

วันนี้ (6 ธ.ค.61) นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบการผลิตพืชอย่างยั่งยืนบนพื้นที่สูงเขาหัวโล้นภูทับเบิก (ทับเบิกโมเดล) ณ เขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร โดยเฉพาะการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ที่ต้องการพลิกฟื้นพื้นที่ให้กลับมาสมบูรณ์ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชเป็นจํานวนมาก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้เกษตรกรในพื้นที่ภูทับเบิกนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยวบนภูเขา ทำให้มีการบุกรุกทําลายผืนป่าจนกลายเป็นเขาหัวโล้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมจากการสูญเสียป่าต้นน้ำ การเผาวัสดุทางการเกษตร ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ การพังทลายของดินการสูญเสียหน้าดิน ดังนั้น ครม.จึงมีมติเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2560 เห็นชอบแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูทับเบิก พ.ศ.2560-2565 โดยกำหนดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับรูปแบบเกษตรกรรมที่ทำอยู่ โดยสร้างระบบจัดการพื้นที่อย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตภายใต้แผนจัดการพื้นที่ทำกิน ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี (ก.ย. 2560–ส.ค. 2563) พื้นที่ดำเนินการ 47,121ไร่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตรจึงริเริ่มโครงการพัฒนาระบบการผลิตพืชอย่างยั่งยืนบนพื้นที่สูงเขาหัวโล้นภูทับเบิก (ทับเบิกโมเดล)ขึ้น เพื่อพลิกฟื้นคืนผืนป่า รวมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลผลิตของเกษตกร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการผลิตพืชที่มีไม้ยืนต้นเป็นพืชหลักอย่างยั่งยืนเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำบนพื้นที่สูงเขาหัวโล้นภูทับเบิก ใช้เป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่สูงเขาหัวโล้นรอยต่อ 3 จังหวัด อีกทั้งเพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการผลิตพืชผักปลอดภัยและพืชผักอินทรีย์บนพื้นที่สูง ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้ระบบการรองรับแหล่งผลิตพืช GAPและเกษตรอินทรีย์ที่สามารถเชื่อมโยงจากแหล่งการผลิตสู่การตลาดที่ยั่งยืน ตลอดจนพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรโดยเฉพาะกาแฟที่มีรสชาติเฉพาะถิ่นบนพื้นที่สูง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่ชุมชน ขณะนี้มีการนำร่องแล้ว 30 ครัวเรือน และกำลังขยายผลอีก 59 ครัวเรือน โดยโครงการดังกล่าวมีการดําเนินการใน 3กิจกรรม ได้แก่ 1.การผลิตพืชที่มีไม้ยืนต้นเป็นพืชหลักอย่างยั่งยืน 2.การผลิตพืชผักปลอดภัยและพืชผักอินทรีย์ และ3.การผลิตสมุนไพรพื้นบ้านและกาแฟ

“รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สนับสนุนด้านองค์ความรู้ รวมทั้งสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตกร ตลอดจนการคัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ การเก็บเกี่ยว แปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสนับสนุนให้เกษตรกรเพาะปลูกกาแฟอาราบิกา มะคาเดเมีย ซี่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งพืชเมืองหนาว 2-3 ชนิด โดยสามารถปลูกควบคู่ไปกับการปลูกผักได้ เพราะในช่วง 2-3 ปีแรกที่ไม้ผลเหล่านี้ยังไม่ออกผล เกษตกรกผ้มีรายได้จากการปลูกพืช สามารถปลูกผักได้ตามปกติ.จึงถือเป็นโครงการที่ช่วยพลิกฟื้นภูทับเบิกให้เกิดความยั่งยืนในการทำเกษตรกร และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม”นายลักษณ์ กล่าว

ในการนี้ นายลักษณ์ ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินงานโครงการทับเบิกโมเดลพร้อมมอบใบรับรอง GAP และเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกรจำนวน 10 รายและมอบต้นพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาวและกาแฟอาราบิก้าให้กับเกษตรกรต้นแบบจำนวน 24 ราย ตลอดจนเยี่ยมชมแปลงต้นแบบระบบเกษตรผสมผสานบนพื้นที่สูง และแปลงผลิตผักอินทรีย์ของเกษตกรในพื้นที่