ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์

เปิดแนวคิดชีวิตติดดินของ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษาโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของฉายา มหาเศรษฐีหัวใจติดดิน ล่าสุดได้ขึ้นเวทีบรรยายธรรมในหัวข้อ “ชีวิตลิขิตได้” ของโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” หนึ่งในโครงการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม-จริยธรรม ของ บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนนสีลม ที่จัดบรรยายเป็นประจำทุกวันศุกร์ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมฟังมาต่อเนื่องกว่า 22 ปี ตามปณิธานของบริษัท “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับทุกคน”

นายทองมา ย้อนอดีตให้ฟังว่า มีความฝันอยากจะเรียนแพทย์ตั้งแต่วัยเด็ก แต่ได้พบจุดเปลี่ยนของชีวิตโดยเข้าศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบมาทำงานเป็นวิศวกรได้ค้นพบตนเองจนหันเหมาเป็นผู้รับเหมา และก้าวสู่การเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ธรรมและสมาธิเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ รักษาปณิธานในการบริหารงาน ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา จนประสบความสำเร็จ และได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟรอบส์ ให้เป็นมหาเศรษฐีของไทยลำดับที่ 17

“เริ่มสนใจและศึกษาธรรมะ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เมื่ออายุได้ 20 ปี เวลาเครียดหรือคิดอะไรไม่ออกก็จะหยิบหนังสือธรรมขึ้นมาอ่าน ทำให้ได้สติและมีสมาธิเนื่องจากเป็นคนขยันและหัวดีมาตั้งแต่เด็ก และอ่านหนังสือถึงตีสองเป็นประจำทำให้สอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ และเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็ได้เข้าทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานก็ค้นพบว่าการเป็นวิศวกรในสมัยนั้นไม่มีเงินเหลือใช้ จึงเปลี่ยนอาชีพมาเป็นผู้รับเหมาทำอยู่ได้ 2 เดือน ก็มีบริษัทจากไต้หวันติดต่อเข้ามา และสอนให้เป็นเถ้าแก่ โดยให้หลักที่ว่าต้องจ่ายเงินลูกน้องให้ตรงเวลา และดูแลลูกน้องยามเจ็บป่วยจะทำให้การเป็นเถ้าแก่สำเร็จได้”

นายทองมาได้ปฎิบัติอย่างเช่นที่บริษัทไต้หวันสอนมา จึงค้นพบว่าการเป็นเถ้าแก่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองในหลายด้าน เช่น การเป็นคนตรงต่อเวลา พูดจาไพเราะ และนอบน้อม หลังจากเป็นผู้รับเหมามา 8 ปีได้ใช้สติและสมาธิแก้ไขปัญหาและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งปี 2536 จึงก่อตั้งบริษัท พฤกษา ขึ้นและประสบความสำเร็จด้วยการยึดหลักที่คุณพ่อสอนมาตั้งแต่เด็ก คือการเลือกของที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า

“การมีชีวิตลิขิตได้ นอกจากการรักษาปณิธาน รวมทั้งการมีหลักพิจารณาตามศีล สมาธิ สติ และปัญญาในการแก้ปัญหาแล้ว ต้องใช้อริยสัจ 4 อันมี ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค มาใช้ในการทำงาน โดยยกตัวอย่างให้ฟังว่า ความคิดอยากได้ ความทะยานนอยากที่เป็นกามตัณหาทำให้เราเป็นทุกข์ หากเราปล่อยวางและเห็นสภาพความเป็นจริงของชีวิตว่าเป็นเช่นนั้นเอง ความทุกข์ในใจเราก็จะผ่อนคลายเรียกว่าถึงนิโรธ ถึงทุกข์ที่ดับไป”

สำหรับผู้ที่สนใจข้อคิดดีๆ แบบนี้ สามารถเข้ารับฟังธรรมบรรยายกับโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ได้ที่อาคารซีพี ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 – 13.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 0-2071-1869 หรือ www.cpall.co.th