เกษตรกรชาวสวนยางแห่ตรวจสอบสิทธิ์ขึ้นทะเบียนต่อการยางแห่งประเทศไทยแน่น หลังมติ ครม.อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง

ที่บริเวณสำนักงานการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพังงา เกษตรกรชาวสวนยางพาราทยอยเข้าสอบถามรายละเอียดตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้กำหนดโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรยาง พ.ศ. 2561 – 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรรายย่อยทั้งเจ้าของสวนยางและคนกรีดยาง สามารถบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพ เป้าหมาย เกษตรกรชาวสวนยางที่มีสวนยางในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ ที่เปิดกรีดแล้วและขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ 14พฤศจิกายน 2561จำนวน 999,065ราย และคนกรีดยาง 304,266 ราย รวมเนื้อที่9,448,447 ไร่ โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามพื้นที่เปิดกรีดจริงไร่ละ1,800 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ (กรณีมีคนกรีดยางแบ่งเป็นเจ้าของสวนยาง 1,100บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 700 บาทต่อไร่)ระยะเวลาดำเนินการ 10เดือน (ธันวาคม2561 – กันยายน2562)

สำหรับจังหวัดพังงามีเกษตรกรชาวสวนยางพาราเข้าสอบถามและตรวจสอบรายชื่อตนเองกับทาง สำนักงานการยางแห่งประเทศไทยสาขาพังงา จำนวนมาก โดยพบว่ามีการขึ้นทะเบียนชาวสวนยางพาราไว้กับการยางแห่งประเทศไทยสาขาพังงาแล้วจำนวน ประมาณ 18,000 ราย แต่ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางคาดว่าไม่ถึงจำนวนดังกล่าว เนื่องจากการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นสวนยางพาราที่สามารถกรีดยางพาราได้แล้วและไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย

นายสมจิตร ลักษณะอัฐ ผช.ผอ.กยท.สาขาพังงา กล่าวว่า เกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดพังงาเข้าขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางไว้แล้วจำนวน กว่า 18,000 ราย ซึ่งเมื่อเกษตรกรเข้าตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือตามมติ ครม.ครั้งนี้พบว่ามีเพียงประมาณ กว่า 7,000 ราย เนื่องจากรายชื่อทั้งหมดนั้นมีทั้งสวนยางพาราที่กรีดได้และปิดหน้ายางไม่สามารถกรีดน้ำยางพาราได้ทำให้มีเกษตรกรชาวสวนยางพาราบางรายเท่านั้นที่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนชาวสวนยางพาราให้เร่งมาขึ้นทะเบียนกับทาง สำนักงานการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพังงา หรือสาขาท้ายเหมือง หรือ สำนักงานการยางแห่งประเทศไทยทุกสาขา เพื่อสิทธิของเกษตรกรเอง ล่าสุดทราบว่าเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วมีสิทธิได้รับเงินชดเชยกรณีสวนยางพาราประสบภัย ถูกน้ำท่วม พายุพัดพังเสียหายต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 20 ต้น รายละ 30,000 บาท และสำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทยก่อนวันที่ 31 ก.ค.61 จะได้รับการประกันชีวิตอุบัติเหตุหมู่ ทำให้เกษตรกรหากเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์ทาง สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย จ่ายให้รายละ 500,000 บาท อุบัติเหตุจากจักรยานยนต์ จ่ายให้รายละ 250,000 บาท เสียชีวิตทั่วไปจ่ายให้รายละ 30,000 บาท